
นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประธานจัดพิธีมอบลายแบบผ้าพระราชทาน พร้อมนำกล่าวถวายสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ มุ่งสู่ภูมิปัญญา ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน


ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 โดยสินในน้ำ✍️….มนุษย์ประเสริฐได้ด้วยการฝึก ฝึกรับฟังผู้อื่น โดยไม่ตัดสินผิดถูกเสียบ้าง ฝึกทำใจให้มีความสุขกับความเป็นจริง ฝึกยอมรับและปล่อยวางในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ฝึกหยุดตั้งความหวัง กับสิ่งต่าง ๆ ที่มันยังมาไม่ถึง ฝึกปล่อยวางกับเรื่องแย่ ๆ ในอดีต ที่ทำให้เราเจ็บ ฝึกหยุดพฤติกรรมเดิม ๆ ถ้าต้องการผลลัพธ์ใหม่ ๆ ฝึกหยุดคาดหวังผลตอบแทนจากการทำความดี ฝึกทำสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่แคร์สายตาของคนอื่น ฝึกปล่อยผ่านถ้อยคำนินทา และสายตาที่ดูถูก ฝึกใช้ชีวิตวันต่อวัน โดยทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ฝึกหยุดเอาความคิดของตัวเอง เป็นมาตรฐานโลก ฝึกหยุดเรียกร้องให้คนอื่นเข้าเข้าใจในตัวเรา….ประเทศไทยเราเข้าสู่สังคมของคนแก่อย่างเต็มรูปแบบ หมายความคนแก่เริ่มมีมากขึ้น การเป็นคนแก่มิได้เป็นกันง่าย เพราะกว่าจะถึง 60 ขึ้นไปมันต้องใช้ความสามารถของตัวเองที่จะยื่นอยู่ให้ได้ ส่วนใหญ่ยังไม่ทันได้เป็นคนแก่ ก็ไปก่อนแล้วก็มากมาย แต่การที่จะเป็นคนแก่ มันก็ต้องแก่ให้เก๋า ไม่ให้เงาอัลไซเมอร์ถามหา ในวัยหนุ่มสาวนั้น เรามักเชื่อว่า สมองเป็นของใช้ถาวรเหมือนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ต่อให้รถติดอย่างไร ถนนก็ยังอยู่ แต่พออายุเข้าเลข 60 เลข 70 ขึ้นไป หลายคนเริ่มพบว่าถนนสายนี้เริ่มมีหลุมบ่อ บางวันจำชื่อเพื่อนไม่ได้ บางวันที่เดินเข้าครัวแล้วลืมว่ามาทำอะไร บางวันถือโทรศัพท์อยู่ในมือ แต่กลับเดินหาทั้งบ้าน ความจริงที่มันน่าเศร้าแต่ก็ชวนขำก็คือ มนุษย์ใช้เวลาทั้งชีวิตสร้างบ้าน สร้างเงิน สร้างชื่อเสียง แต่ลืมสร้างสมองสำรองเอาไว้ใช้ในยามแก่….โรคอัลไซเมอร์จึงเหมือนขโมยเงียบ มันไม่ได้บุกเข้าบ้านแบบโรคปล้นทอง แต่มันค่อย ๆ ขโมย ความทรงจำทีละชิ้น เริ่มจากกุญแจรถ กุญแจบ้าน ต่อด้วยชื่อหลาย แล้วสุดท้ายก็ขโมยแม้กระทั้งตัวตนของเราเอง คนที่เคยเป็นนักธุรกิจเก่งกาจ หรือเคยเป็นข้าราชการใหญ่โต วันหนึ่งอาจต้องนั้งมองหน้าลูกหลานแล้วถามว่า นี่ใครกันนะ นี่แหละคือโศกนาฏกรรมของสังคมสูงวัยที่กำลังเดินเข้ามาเงียบ ๆ เหมือนฝนฤดูหนาว แต่ข่าวดีคือ อัลไซเมอร์ไม่ใช่ชะตากรรมที่พระเจ้าจารึกไว้บนหน้าผากตั้งแต่เกิด นักวิทยาศาสตร์บอกว่า สมองก็เหมือนกล้ามเนื้อ ถ้าไม่ใช้มันก็ฝ่อ ถ้าใช้บ่อยมันก็แข็งแรง ปัญหาคือพอเกษียณแล้ว คนจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตแบบสมองเกษียณตามเงินเดือน ตื่นเช้าเปิดโทรศัพท์ ดูละครตอนเช้าต่อด้วยข่าวการเมือง ตอนเที่ยง บ่ายงีบ เย็นกินข้าวแล้วจบวันด้วยการบ่นรัฐบาลนี่มันไม่ใช่การบริหารสมอง นี่คือการปล่อยสมองเข้าบ้านพักคนชรา….คนแก่ที่สมองยังคมเหมือนเชฟญี่ปุ่น มักมีนิสัยอย่างหนึ่งคือ อยากรู้อยากเห็น เขาอ่านหนังสือ ถามคำถามเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ บางคนอายุ 80 ยังเล่นสมาร์ตโฟนคล่องกว่าหลานเสียอีก ขณะที่คนบางคนอายุ 65 ก็ประกาศเลิกเรียนรู้ทันทีเหมือนนักเรียนที่ดีใจเมื่อโรงเรียนปิดเทอม ความจริงก็คือ สมองที่หยุดเรียนรู้ คือสมองที่เริ่มซ้อมตาย คนแก่ใครที่เป็นแบบนี้บ้าง มีวิธีที่ดีที่สุดคือการเดินให้ได้วันละ 30 นาที อย่าขี้เกียจ
....สินในน้ำ
