“เล่าเรื่อง เมืองล้านนา” 19 พฤษภาคม 2569

จังหวัดเชียงใหม่ วางมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย โดยรวบรวมการกระทำความผิด จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำเป็นชุดข้อมูล Big Data เพื่อขับเคลื่อนในภาพรวมของจังหวัด

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 โดยสินในน้ำ✍️….ทำไมการบวชจึงเข้าถึงธรรมได้ง่ายกว่า ทำไมพระพุทธเจ้าทิ้งทุกอย่างแล้วออกบวช ทำไมท่านไม่ใช้ทรัพย์สมบัติและอำนาจที่มีในการค้นหาสัจธรรม ความเป็นจริง คำตอบก็คือ คนที่เข้มแข็งและมีพลังสูงสุดก็คือคนที่ ไม่มีอะไรจะเสีย การสละทรัพย์สินชื่อเสียง แล้วออกบวช เป็นวิธีที่จะทำให้อยู่ในสภาวะ ไม่มีอะไรจะเสีย ถ้าไม่ยึดติดในตัวกูของกู ก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสีย และถ้าไม่มีอะไรจะเสีย ก็จะทำสิ่งที่ยากที่สุดได้ ถ้าอยู่ในจุดที่ไม่มีภาระทางใจให้ต้องกังวล เมื่อนั้นศักยภาพในตัวเราจะพุ่งขึ้นขีดสุด เพราะใจที่หมดห่วง คือใจที่มีพลังมหาศาล นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมการบวชจึงทำให้เข้าถึง สัจธรรมได้ง่ายกว่าการครองเรือน เพราะการบวชคือการสละละ วางทุกอย่างลงเพื่อไม่ให้เหลืออะไรที่จะต้องสูญเสียอีก เมื่อนั้น ใจจะเบามาก พอที่จะเดินไปให้ถึงจุดหมาย….และแล้วคนแก่ทั้งประเทศก็ต้องฝันสลายดอกฝ้ายบาน หรือพูดอีกทีก็คือฝันค้างกลางวัน กับเงินเดือนคนแก่ที่ได้รับกันทุกเดือน เดือนละ 600 ถึง 1,000 บาท สำหรับคนแก่ที่ไม่มีรายได้อะไรเลย มีฐานะที่ยากจนและเมื่อมีข่าวว่า จะมีการเสนอ ครม.ให้ปรับเงินคนแก่จาก 600 ถึง 1,000 บาท เป็นอัตราเดียวกันคือเดือนละ 3,000 บาท คนแก่ทั่วประเทศต่างก็ฝันกันแล้วว่า ถ้าได้ 3,000 บาท ต่อเดือน อยู่ได้แล้ว ชีวิตรอดตัวแล้ว เพราะว่าเงิน 3,000 บาท นั้นมันช่างมีความหมายต่อชีวิตของคนยากคนจนจริง ๆ หลายล้านคนที่รอกินเงินเดือนคนแก่เดือนละ 600 ถึง 1,000 บาท และ เงิน 1,000 บาท ขั้นบันได้สุดท้าย คนที่มีโอกาสจะได้รับนั้นน้อยมาก มีกันไม่เท่าไหร่ แต่ว่า 600 ถึง 700 นั้นจะมาก นี่คือคนแก่ที่ไม่มีรายได้อะไรเลย จะไปทำงานก็ไม่มีใครเขารับทำ อีกทั้งสัง ขารก็ไม่เอื้ออำนวย คิดว่าถ้าได้เงินเดือนละ 3,000 บาท อย่างที่มีข่าว พวกเขาต่างพูดว่า กูรอดตายแล้วโว้ย เพราะเงิน 3,000 นี้ข้าพออยู่ได้ พอเลี้ยงตัวเองได้ ดีกว่า 600 บาท ที่เวลานี้ซื้ออะไรแทบไม่ได้เลย….แล้วสุดท้ายฝันนั้นกลับต้องสลายลงเพราะเขาไม่เห็นด้วย เขาว่าได้ 600 นั้นแหละดีแล้ว งบประมาณไม่มีเพียงพอ แก่แล้วจะเอาอะไรมาก คนแก่ทั่วประเทศได้ยินคำพูดนี้แล้ว ได้แต่ปลงอนิจจัง คนรวยเขาไม่สนคนจน ๆ และแก่ ๆ ทั้งหลายหรอก คนจนมันก็ยังจนอยู่เหมือนเดิม ยากที่จะมีใครเขามามองเห็นว่าชีวิตที่ยากไร้มันทรมานแค่ไหน เพราะว่าพวกเขาไม่เคยจน ไม่เคยยากไร้ เขากินอาหารกันมื้อละเป็นพันเป็นหมื่น แต่คนจนกินอะไรละเงิน 600 ถึง 1,000 บาท ต่อเดือนมันซื้อะไรได้บ้าง นี่แหละที่เขาว่า คนรวยมันไม่เห็นใจคนจนหรอก สรุปก็คือ เงินเดือนคนแก่ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จะทุกข์ จะยากแค่ไหน เราก็ต้องก้มหน้ารับกับความจนกันไปต่อเถอะ ทำไงได้ละก็พวกเรามิใช่หรือที่เลือกพวกเขาเข้ามา เพราะฉะนั้นจงก้มหน้าอยู่กันแบบนี้กันไปเถอะ อีก 4 ปี ทนกันไป คนจนนั้นพวกเขาเป็นสีทนได้อยู่แล้ว ชิมิ ๆๆ
.สินในน้ำ

Related posts