
นายกเทศมนตรีป่าแดด อ่านคำประกาศการตั้งวัด ให้กับวัดเทพนิมิต ตำบลป่าแดด
******************
นายกป่าแดด เป็นประธานในงานสรงน้ำ พระธาตุวัดดอนชัย เพื่อเป็นสิริมงคล
************

SUN ชู “นวัตกรรมการเกษตร” ตอบโจทย์โลกอนาคต จัดงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตร ครั้งที่ 7 พลิกโฉมเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน

บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรแปรรูปรายใหญ่ของไทย จัดงานนวัตกรรมเทคโนโลยีการเกษตรต่อเนื่อง ครั้งที่ 7 ตอกย้ำพันธกิจในการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรอย่างยั่งยืน และเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรไทยในยุคเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) เมื่อ 19 มิถุนายน 2568 ณ ไร่ตะวันหวาน (Sun Valley) จ.เชียงใหม่

นางอัมพันธ์ สุริยัง ผู้อำนวยการฝ่ายห่วงโซ่อุปทาน เปิดเผยว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ภาวะความมั่นคงทางอาหาร และความต้องการผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูงที่เติบโตทั่วโลก เกษตรกรรมไทยต้องก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม และเปลี่ยนผ่านสู่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และความรู้ ในปีนี้ บริษัทได้จัดนวัตกรรมเทคโนโลยีการเกษตรต่อเนื่อง ครั้งที่ 7 ขึ้นภายใต้แนวคิดที่ผสานองค์ความรู้ด้าน AI, IoT, Big Data และเทคโนโลยีปลูกพืชแม่นยำ (Precision Agriculture) มาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเกษตรกรให้เข้าถึงเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหา “พึ่งพาดินฟ้าอากาศ” ไปสู่ “การวางแผนล่วงหน้าได้ด้วยข้อมูล” ยกระดับคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐานสากล และสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร

ไฮไลต์สำคัญของงาน ได้แก่ การสาธิตเทคโนโลยีเกษตรครบวงจร ตั้งแต่ระบบให้น้ำอัจฉริยะ การวิเคราะห์ดินด้วยแอป ไปจนถึงโดรนเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวการเสวนาวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้นำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเกษตร สนับสนุนให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง รวมถึงบูธนิทรรศการจากพันธมิตรระดับประเทศ โดยเปิดพื้นที่เรียนรู้ให้เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป สร้างแรงบันดาลใจและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารให้เติบโตต่อไป

*********************

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันพุธที่ 11 มิถุนายน 2568 โดยสินในน้ำ✍️….เวลานี้เรื่องที่กำลังฮิตฮอตมีคนพูดถึงอยู่ตลอดเวลา ก็คือเรื่องค่าปรับที่หฤโหดในการที่ไม่สวมหมวกกันน็อต ไม่ว่าจะเป็นคนขับมอเตอร์ไซด์ หรือคนนั้งซ้อนท้าย ทุกคนจะต้องสวมหมวกกันน็อคกันทุกคนไม่มีเว้น ถ้าไม่ใส่ถูกตำรวจจับ จะต้องเสียค่าปรับเป็นจำนวนเงินถึง 2,000 บาท และถ้าคนซ้อนท้ายไม่ใส่ คนขับมอเตอร์ไซด์จะต้องจ่ายค่าปรับเป็นสองเท่าคือ 4,000 บาท ส่วนคนซ้อนก็ไม่รอดต้องจ่ายค่าปรับอีก 2,000 บาท พอข่าวนี้ออกมามีพี่น้องประชาชนต่างก็ออกมาให้ศีลให้พรผู้ที่ออกกฏหมายฉบับนี้กันทั่วบ้าน ทั่วเมือง ว่าคิดได้ยังไงถึงได้ออกกฏหมายแบบนี้ออกมา มีแต่ว่าเพื่อความปลอดภัยของประชาชนก็เท่านั้น….ซึ่งผู้คนจำนวนมากต่างออกมาวิจารณ์กันว่า คนขี่มอเตอร์ไซด์ เขาไม่ได้ร่ำรวย บางคนมีมอเตอร์ไซด์เก่าๆ คันละไม่กี่พันบาท หรือดีขึ้นหน่อยก็ไม่เกินหมื่น แล้วถ้าเกิดโดนจับปรับที่ไม่สวมหมวกกันน็อคพวกเขาจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย คนหาเช้ากินค่ำบางคนหาเช้ากินบ่ายจึงทำให้ประชาชนตำนวนมากต่างไม่พอใจในกฏหมายฉบับนี้ พี่น้องเขาบอกว่าแทนที่จะออกกฏหมายมาดูแลประชาชน แต่กลับออกกฏหมายมาขูดรีดประชาชน เงิน 2,000 บาท มันอาจไม่ได้มากสำหรับคนมีเงินแค่กินข้าวมื้อเดียวก็หมดแล้ว แต่กลับคนยากจนเงินสองพันบาทเขาอยู่กันได้เป็นครึ่งเดือน เรื่องนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่ประชาชนไม่พอใจ เพราะว่าเงินค่าปรับใครได้ คนจับได้เท่าไหร่เข้าหลวงเท่าไหร่ ถ้าฏกหมายแบบนี้ต่อไปจะเห็นด่านตรวจจับกันแทบทุกแห่งไม่เว้นแม้แต่ในซอกในซอยจะมีการตั้งด่านตรวจจับ ผมไปเชียงรายมา ในซอยเล็กๆ ยังมีการตั้งด่านตรวจจับเลยจริงๆ…..พอเรื่องนี้ออกมา ทางกลุ่มงานจราจรเชียงใหม่ ก็ได้ออกมาประชาสัมพันธ์ว่า ตามที่ปรากฏในสื่อต่างๆ เรื่องหากถูกจับในข้อหา ไม่สวมหมวกกันน็อค หรือหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ จะต้องถูกจับปรับ 2,000 บาท และหากผู้ซ้อนท้ายไม่สวมหมวกกันน็อค ผู้ขับขี่จะต้องถูกปรับ 2 เท่า หรือ 4,000 บาท มันเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน จึงขอประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนรับทราบ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 122 ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และคนโดยสารต้องสวมหมวกกันน็อคที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันอันตรายในขณะขับขี่และโดยสารรถจักรยาน ยนต์….ซึ่งตามกฏหมายระบุแค่อัตราโทษสูงสุดไว้ ไม่เกิน 2,000 บาท ไม่ใช่กำหนดให้ปรับ 2,000 บาทเลย หากตำรวจจราจรพบผู้ไม่สวมหมวกกันน็อคสามารถว่ากล่าวตักเตือนให้สวมหมวกกันน็อค เพื่อให้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้อย่างปลอดภัย หรือหากพบการกระทำความผิดซ้ำ อาจพิจารณาออกใบสั่งจราจร โดยสามารถกำหนดอัตราค่าปรับได้ตั้งแต่ 50 บาท จนถึงอัตราโทษสูงสุด ไม่เกิน 2,000 บาท ตามที่กฏหมายกำหนด ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์และความเหมาะสม ส่วนหากขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยมีคนซ้อนท้ายไม่สวมหมวกกันน็อค ผู้ขับขี่จะถูกปรับเป็น 2 เท่า ทั้งนี้การบังคับใช้กฏหมายจราจรเป็นไปเพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนและลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุจราจร จบข่าว
….สินในน้ำ
