นายอิทธิพล ช่างกลึงดี ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีเขต 16 เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพะเยาครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมจอมทอง ศาลากลางจังหวัดพะเยา มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้ ผลการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพะเยา รายงานผลการบริการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 และปฏิทินการสอดส่องตามแผนการสอดส่องของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพะเยา ประจำปีงบประมาณ 2568

สำหรับเรื่องเพื่อพิจารณา มี 2 เรื่อง ประกอบด้วย การสอดส่องโครงการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประจำปีงบประมาณ 2568 ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติงบประมาณ 1 โครงการ 280,200 บาท เป็น โครงการเสริมศักยภาพกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าปักม้ง บ้านไทรงามหมู่ 13 ตำบลสบบง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เป็นโครงการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ กธจ. ติดตามสอดส่งผลการดำเนินงานโครงการดังกล่าว

นอกจากนี้ยังมีโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเทศกาลประเพณีวัฒนธรรมและชาติพันธุ์จังหวัดพะเยา งานเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยา หนึ่งเดียวในโลก งบประมาณ 6,120,000 บาท โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา ที่ทำการปกครองจังหวัดพะเยา เป็นหน่วยดำเนินงาน ซึ่งจะจัดกิจกรรมเวียนเทียนทางน้ำปีละ 3 ครั้ง วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา และวัน อาสาฬหบูชา จากการดำเนินงานในช่วงวันมาฆบูชาที่ผ่านมา คณะทำงานสอดส่องมีข้อเสนอแนะว่า ควรจะทำป้ายประชาสัมพันธ์ประดับด้วยตุงในตัวเมือง เพื่อสร้างบรรยากาศให้สวยงาม การจัดคิวลงเรือค่อนข้างไม่เป็นระเบียบ เกิดความวุ่นวายบริเวณจุดลงเรือท่าเรือวัดติโลกอาราม เนื่องจากการขยายพื้นที่วัดกลางน้ำให้ใหญ่ขึ้น ทำให้ใช้เวลานานในการเวียนเทียนกลางน้ำ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่รอลงเรือ รอนานเกินไป การเวียนเทียนกลางน้ำควรจะจัดปีละ 1 ครั้งในช่วงวันมาฆบูชา เนื่องจากเป็นช่วงที่อากาศเย็น ปลอดพายุ ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ สำหรับช่วงวันวิสาขบูชาควรจัดเวียนเทียนที่โบราณสถานพระธาตุจอมทอง เนื่องจากบริเวณวัดศรีโคมคำมีการจัดงาน 8 เป็งบูชาพระเจ้าตนหลวง และเป็นช่วงฤดูฝน มีลมพายุ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยทางน้ำ ไม่เหมาะสมกับการเวียนเทียนกลางน้ำ และวันอาสาฬหบูชาควรจัดพิธีเวียนเทียนที่วัดศรีโคมคำและขอพรจากพระเจ้าตนหลวง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมกิจกรรม
ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรีประจำเขตตรวจราชการที่ 16 กล่าวฝากถึงภารกิจของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดพะเยา (กธจ.) ว่าขอฝากเรื่องภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ซึ่ง กธจ.มีบทบาทเมื่อมีภัยสามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะแก่จังหวัดได้ และสามารถแจ้งมายังประชาสัมพันธ์จังหวัดเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง
ที่ประชุมยังได้หารือในกรณีที่คณะกรรมการลาออกก่อนครบวาระ เนื่องจาก คณะกรรมการชุดดังกล่าวจะครบวาระในวันที่ 10 ตุลาคม 2568 ส่งผลให้ผู้ที่จะมาเป็นคณะกรรมการ ทดแทนผู้ที่ลาออก จะมีระยะเวลาในการครองตำแหน่ง 210 วัน ซึ่งตามระเบียบ หากผู้ที่จะมาครองตำแหน่งไม่ถึง 240 วันไม่จำเป็นต้องสรรหามาทดแทนก็ได้
ที่ประชุมยังได้หยิบยกกรณีประเด็นการเตรียมย้ายศาลากลางหลังใหม่ และการพิจารณาหาที่ตั้งศาลากลางหลังใหม่ ซึ่งภาคเอกชนเสนอให้ไปก่อสร้างที่แยกเกษตรสุข เนื้อที่กว่า 300 ไร่ ในขณะที่ธนารักษ์พื้นที่พะเยาเสนอ พื้นที่สถานีประมงน้ำจืดพะเยาอยู่ติดกว๊านพะเยาในเนื้อที่กว่า 300 ไร่เช่นกัน ซึ่งแปลงแรก ขณะนี้มีประชาชนครอบครองทั้งหมด แปลงที่ 2 เป็นพื้นที่ของส่วนราชการ ซึ่งการดำเนินการใดๆหลังจากนี้จะต้องทำประชาพิจารณ์รับฟังเสียงของประชาชน อย่างถูกต้องทุกขั้นตอน
