
วันนี้ (17 ก.พ. 69) เวลา 10.50 น. ที่ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมโครงการด้วยจงรักและภักดี สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข โดยมี นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คุณอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ที่ปรึกษาบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษา หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
.

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติในปีมหามงคล พ.ศ. 2569 – 2570 ได้แก่
1. พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 10 ปี วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2569
2. สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 48 พรรษา วันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569
3. ครบ 100 ปี วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศยกย่อง และบรรจุวาระดังกล่าวไว้ในโครงการเฉลิมฉลองวาระสาคัญ พ.ศ.2569 – 2570)
4. ครบรอบ 50 ปี มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
5. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2570
6. UNESCO ประกาศยกย่องเชิดชูพระเกียรติคุณให้สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ทรงเป็น “บุคคลสำคัญของโลก” เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา การพัฒนาสังคม และความเสมอภาคทางเพศ พ.ศ. 2569
7. เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ครบ 125 ปี วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2568
.

โครงการดังกล่าวเป็นการสร้างแพลตฟอร์มแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงเครือข่ายและสร้างการพัฒนา เสริมศักยภาพคนในพื้นที่ระดับอำเภอ สร้างประโยชน์ให้ท้องถิ่นทั่วประเทศ และร่วมกันผลักดันชุมชนสู่ระดับสากล และนำพาระดับโลกมาสู่ชุมชน โดยเริ่มต้นจากการสร้างแพลตฟอร์มแบบบูรณาการ ซึ่งต่อยอดจากการดำเนินงานวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ซึ่งเป็นแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่มุ่งแก้ปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีเป้าหมายหลักเพื่อสังคมไม่ใช่เพื่อกำไรสูงสุด ในรูปแบบการจดทะเบียนเป็นบริษัท สู่ SE ยกกำลัง 2 ที่สร้างโอกาสในการทำงานร่วมกัน โดยผสานความร่วมมือของชุมชนและทุกภาคส่วน เชื่อมโยงเครือข่าย เกื้อหนุน และต่อยอดการทำงานในทุกมิติของกระบวนการเพื่อสนับสนุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยขับเคลื่อนงานผ่าน 3 กลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มการผลิต กลุ่มการค้า และกลุ่มการบริการ เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง 5 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน/ธุรกิจชุมชน
.

โครงการนี้จะเป็นกำลังหลักในการสนับสนุนนวัตกรรมท้องถิ่นในทุกมิติของแต่ละอำเภอทั่วประเทศ ถือเป็นการยกระดับนวัตกรรมและสร้างประโยชน์ให้ชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป
