“เล่าเรื่อง เมืองล้านนา” 9 กุมภาพันธ์ 2568

สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมขบวนรถบุปผชาติ ครั้งที่ 48 

******************

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เข้าร่วมงาน มหกรรม ไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 48 ประจำปี 2568

*****************

น้องกวางน้อย สวนสัตว์เชียงใหม่ ยืน บ้องแบ๊ว แสนน่ารัก ท้าทายนักท่องเที่ยว ที่สวนสัตว์เชียงใหม่

*********************

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 โดยสินในน้ำ✍️….พอเริ่มเข้าหน้าร้อนที ไร ปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ก็จะออกมาสร้างปัญหาให้กับคนเชียงใหม่และในภาคเหนือ จนต้องมีการคิดแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นถึงแม้จะเกิดขึ้นก็ให้น้อยที่สุด เพราะว่าพอเจ้าฝุ่นละอองขนาดเล็กมันมาทีไร เศรษฐกิจต่างๆมันก็เกิดปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหัวใจหลักสำคัญของเมืองท่องเที่ยว อย่างเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยงยุโรปพวกนี้จะกลัวที่สุดในเรื่องของอากาศ ถ้าอากาศไม่ดี เขาไม่มา เมื่อพวกนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่มา รายได้ของจังหวัดก็หดหายไป นี่ก็คือ ปัญหาที่หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังระดมสรรพกำลังในการแก้ไข….สำหรับในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ท่านก็เร่งระดมทุกส่วนให้ช่วยกัน ท่านเองก็มิได้นิ่งนอนใจขนาดงานที่เคยออก ท่านก็งดไปหลายงาน เพื่อที่จะเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 วานก่อนท่านได้ขึ้นไปที่อำเภอ เชียงดาว พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมได้มอบนโยบายในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองฯ ให้แก่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ กำนัน ผุ้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร และชาวบ้านในเขตพื้นที่อำเภอเชียงดาว….ท่านผู้ว่าได้กล่าวว่า ขณะนี้มีทุกภาคส่วนกำลังร่วมมือกันต่อสู้กับปัยหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เพื่อที่จะทำให้ชาวเชียงใหม่มีอากาศที่สะอาด และสิ่งที่กำลังเดินหน้าทำกันอยู่ทุกวันนี้ คือการหยุดเผาเพื่อทำให้ อากาศสะอาดและปราศจากมลพิษ โดยพยายามหาวิธีทางออกต่างๆ เพื่อที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิต ของชาวบ้านให้ไม่พึ่งพาการเผา แต่ยังคงสามารถดำรงชีวิตทำมาหากิน และมีรายได้ที่เลี้ยงชีพได้ โดยในปีที่ผ่านมา หน่วยงานต่างๆ ได้ทำงานกันอย่างหนัก ทั้งการเฝ้าระวัง ลาดตระเวน ดับไฟ ประกอบกับได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดีที่ช่วยกันลดการเผา จนทำให้จุดที่มีความร้อนลดลงเป็นอย่างมาก และพื้นที่เผาไหม้ก็ลดลงไปกว่า 5 แสนไร่ หรือราวๆ 50 % ของพื้นที่….โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดคือพื้นที่เกษตร ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีจากการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก มาเป็นการไถกลบและนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไปต่อยอดใช้ประโยชน์แทนการเผา จนทำให้เกษตรกรและประชาชนเริ่มเห็นผลประโยชน์และนำวิธีการดังกล่าวมาใช้อย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปีนี้ทุกพื้นที่ได้เริ่มดำเนินการกันเองอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอ การสั่งการจากทางจังหวัด นั้นหมายถึงทุกฝ่ายเริ่มตระหนัก เริ่มตื่นตัว และเริ่มปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตบางส่วนได้แล้ว โดยปัจจุบันพื้นที่เกษตรเกือบ 260,000 ไร่ ได้ถูกบริหารจัดการด้วยการไถกลบไปทั้งหมดแล้วโดยไม่มีการเผาและผลลัพธ์ที่ตามมา คือ จังหวัดเชียงใหม่มีจุดความร้อนไม่ถึง 60 จุด ลดลงจากในช่วงเวลาเดียวกันของค่าเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลังได้มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์….วันนี้เลยขอพูดเรื่องไฟป่าเสียยาว เพราะไม่พูดไม่ได้ เราต้องช่วยกันรณรงค์ในเรื่องของการเผ่า เพราะมันจะเกิดควันพิษทำให้อากาศหายใจไม่ดีกับปอดของพี่น้องชาวเชียงใหม่ จึงจำเป็นที่ จะต้องพูดกันแบบนี้บ่อยๆ เพื่อที่จะทำให้เชียงใหม่ของเราเป็นเมืองที่มีอากาศสะอาดนะครับ
.…สินในน้ำ

Related posts