มุมมอง…สภาวะโลกร้อนคือวิกฤต หรือคาร์บอนเครดิตคือโอกาสในการอนุรักษ์และพัฒนาการป่าไม้


คุณนันทนา บุณยานันต์ อดีตผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน และกรรมการมูลนิธิป่าชุมชน ได้บรรยายในหัวข้อ “มุมมอง…สภาวะโลกร้อนคือวิกฤต หรือคาร์บอนเครดิตคือโอกาสในการอนุรักษ์และพัฒนาการป่าไม้” ในกิจกรรม NPAT Nature Talk ครั้งที่ 72 ของสมาคมอุทยานแห่งชาติ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และบทบาทของภาคป่าไม้ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


วิทยากรได้อธิบายว่า “คาร์บอนเครดิต” หมายถึง ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สามารถลดหรือกักเก็บได้จากการดำเนินโครงการที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานที่กำหนด โดยมีหน่วยเป็นตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂eq) ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือซื้อขายในตลาดคาร์บอน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยในภาคป่าไม้และป่าชุมชน ต้นไม้และระบบนิเวศป่ามีบทบาทเป็นแหล่งดูดซับและกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ ทั้งในส่วนของเนื้อไม้ รากไม้ ซากพืช และอินทรียวัตถุในดิน ดังนั้น การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ และสามารถพัฒนาไปสู่โครงการคาร์บอนเครดิตได้


นอกจากนี้ วิทยากรยังได้กล่าวถึงกลไกคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจของประเทศไทย หรือ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) ซึ่งเป็นระบบรับรองคาร์บอนเครดิตที่พัฒนาโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อส่งเสริมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนมีส่วนร่วมในการลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินโครงการคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ป่าชุมชนถือเป็นกลไกที่ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันหลายฝ่าย (Win-Win) กล่าวคือ ชุมชนได้รับแรงจูงใจและรายได้จากการดูแลรักษาป่า ภาคธุรกิจสามารถนำคาร์บอนเครดิตไปใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร ภาครัฐสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวและบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ขณะที่ประเทศได้รับประโยชน์จากการลดภาวะโลกร้อน ลดปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ตลอดจนสนับสนุนพันธกรณีของประเทศไทยภายใต้ความตกลงปารีสและกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการคาร์บอนเครดิตจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนในการตรวจสอบและรับรองตามมาตรฐาน ทั้งในรูปแบบ T-VER Standard สำหรับตลาดคาร์บอนเครดิตภายในประเทศ (Domestic Carbon Credit Exchange) และ T-VER Premium สำหรับการส่งออก ซึ่งมีกระบวนการดำเนินงานที่ต้องใช้ระยะเวลาและงบประมาณค่อนข้างสูง ผู้ที่สนใจจึงจำเป็นต้องมีความพร้อมทั้งด้านความรู้และการบริหารจัดการอย่างละเอียดรอบคอบ


การบรรยายครั้งนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเห็นภาพชัดเจนว่า คาร์บอนเครดิตไม่ใช่เพียงเครื่องมือทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ควบคู่ไปกับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในอนาคต

Cr. MT สมาคมอุทยานแห่งชาติ

Related posts