

จังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2567
************************

จังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีงานวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2567 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ โดยมี

นายนิรัตน์ พงศ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานพิธี

นายสมศักดิ์ อ่อนอ้น ประธานชมรมลูกเสือชาวบ้าน
จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมผู้นำลูกเสือชาวบ้านไปร่วมพิธีฯ ประกอบด้วย นางศิรานุช อ่อนอ้น รอง ปธ.ชมรมฯ ,
นางสายชล สงวน ปธ.ต.น้ำบ่อหลวง , นางอรพินท์ มังคละศรี ปธ.ต. สันผักหวาน ,
นางมณีกานต์ หอมชื่น ปธ.ต.หนองควาย,
นางเบญจพรรณ เตชะกุลปธ.ต.แม่เหียะ , นางจิดาภา ฮันเคอร์ ปธ.ต.สันทรายน้อย
นางพิศมัย ดวงดาว ปธ.ต.เหมืองแก้ว พร้อมสมาชิกลูกเสือชาวบ้าน จำนวน 20 คน เพื่อถวายราช
สักการะและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

**************************

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2567 โดยสินในน้ำ✍️….มีแฟนคลับหลายคนที่ได้ ติดตามคอลัมม์สินในน้ำว่าหายไปไหน ผมก็มิได้หายไปไหนเพียงแต่เป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ได้รับผลกระทบที่ไม่ธรรมดา ซึ่งไม่นึกเลยว่าน้ำมันจะมามากถึงขนาดนี้ ในปี 48 ว่ามากแล้ว มาปี 54 ก็ว่ามากแล้ว มาเจอปี 67 ต้องจารึกเอาไว้เป็นประวัติศาสตร์ ตั้งแต่เกิดมาจนอายุจะถึงเลข 8 ยังไม่เคยเห็นน้ำท่วมที่มากมายขนาดนี้ ที่บ้านผมอยู่ แค่ภายในบ้านสูงเกือบถึงคอ ส่วนนอกบ้านไม่ต้องพูดถึงสูงท่วมหัว ขนาดประตูบ้านสูงตั้ง 2 เมตรกว่ายังไม่เห็นเลย ผมต้องเอาเตียงมาต่อกันเพื่อเป็นที่นอนท่ามกลางสายน้ำที่ไหลภายในบ้าน….ส่วนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ขนย้ายไม่ทันก็ต้องจำใจทิ้งมันไปซึ่งประเมินค่ามิได้ ยังไม่รวมอุปกรณ์เครื่อใช่ไฟฟ้าอีกหลายรายการ น้ำท่วมครั้งนี้มันบอกให้รู้ว่า อย่าซื้อของเข้าบ้านพะรุงพะรัง เพราะเวลาขนย้ายมันแสนที่จะลำบาก และปีหน้าเราก็ยังไม่รู้ว่ามันจะท่วมอีกหรือเปล่า หรือว่ามันจะเป็นประเพณีแบบท่วมทุกปีแล้วแต่จะท่วมมากท่วมน้อย การแก้ไขมันก็ทำยากเพราะว่าได้มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำเอาไว้รอบด้าน อีกทั้งการลักลอบตัดไม่ทำลายป่ามันก็มีส่วน ทุกอย่างมันคือต้นตอของการเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ และก็อาจจะเกิดขึ้นอีก ก็เพราะสิ่งต่างๆที่ว่าเหล่านี้แหละคือต้นตอของการเกิดอุทกภัย….เวลาที่มันยังไม่เกิดไม่เห็นมีใครออกตรวตสอบกันเลย แต่พอเวลาเกิดขึ้นและเสียหายกันไปแล้ว ถึงจะมาตรวจสอบกัน ก็ไม่เป็นไรยังไงก็ผ่านไปแล้ว เสียหายไปแล้ว พี่น้องประชาชนก็ได้รับผลกระทบไปแล้วบางคนสิ้นเนื้อประดาตัวบางคนไร้สวนเสียหายยับเยิน แม้ว่าจะมีการตรวจผังเมือง แต่มันคงทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะมีสิ่งปลูกสร้างที่ถาวรกั้นขวางทางน้ำจะให้เขารื้อก็ทำไม่ได้ ต้องคิดว่าจะแก้ไขให้น้ำมันไหลสะดวกอย่างไร เพราะว่าจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดใหญ่อันดับสองรองจากกรุงเทพฯ อุทกภัยครั้งใหญ่คราวนี้ถือเป็นครั้งแรกของภาคเหนือซึ่งต้องจารึกเอาไว้เป็นประวัติศาตร์ได้เลย….เพราะจังหวัดเชียงใหม่มีน้ำท่วม บ่อยในรอบนอก แต่ไม่มาก มาปีนี้ 2567 ไม่รู้ว่าน้ำมันมาจากไหน และท่วมติดต่อกันถึง 2 ครั้ง ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน ครั้งแรกก็ว่าหนักแล้ว พอน้ำลดเขาให้ไปเขียนคำร้องเพื่อของเยียวยา เขียนเสร็จรุ่งขึ้นน้ำมาอีกแล้วครั้งที่ 2 นี้หลายคนคิดว่ามันไม่น่าจะมากเหมือนอย่างครั้งแรก ที่ไหนได้ ท่วมครั้งที่ 2 มันลบสถิติทั้งหมดของน้ำที่เคยท่วมในจังหวัดเชียงใหม่ น้ำมันมาเร็ว มาแรงยิ่ง กว่าสึนามิ และมามากซึ่งไม่รู้ว่าน้ำมันมากไหนทำไมมันถึงมากมายขนาดนี้ แต่ละแห่งแต่ละพื้นที่ในเขตเมือง ในเขตชุมชนของเมืองเชียงใหม่ จากเมืองท่องเที่ยว กลายเป็นเมืองบาดาลทันที แต่ละหมู่บ้าน แต่ละชุมชน แต่ละตำบลที่ถูกน้ำท่วม ระดับน้ำสูงกว่าเอวกันแทบทั้งสิ้น บางที่ บางแห่งตั้งแต่มีการเกิดน้ำท่วมที่ผ่านมา บ้านเขาไม่เคยท่วมเลย มาครั้งนี้เขาก็คิดว่าคงไม่ท่วมหรอก ที่ไหนได้ท่วมสูงท่วมแรงและท่วมเร็ว ขนของไม่ทัน แล้ว ที่ตามมาก็คือความเสียหายที่ไม่ คิดว่ามันจะเกิด….บางหมู่บ้านบางชุมชนมีการท่วมสูงมาก เพราะว่าบ้านที่เขามีตังค์พอเขามาซื้อที่เพื่อปลูกบ้าน ก็ถมดินขึ้นสูง พออีกคนมาซื้อที่ดินในย่านนี้ก็ถมดินขึ้นสูงอีก ซึ่งชาวบ้านที่อยู่มาค่อนชีวิตได้แต่มองตาปริบๆ จะไปว่าอะไรเขาก็ไม่ได้เพราะมันเป็นสิทธิ์ของเขา เวลาน้ำท่วม มันก็จะไหลมาที่ลุ่มต่ำของพี่น้องชาวบ้านในย่านนั้นๆ ส่วนบ้านพวกเขาก็ท่วมแต่อาจไม่สูง เหมือนบ้านของพี่น้องชาวบ้าน ทุกคนก็ได้แต่ทำใจ นี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่น้ำท่วม เวลานี้ ท่านลองขับรถไปดูตามถนนหลายๆสาย จะเห็นมีแต่ตู้เสื้อผ้า เตียงนอน ที่นอนหมอนมุ้ง ฯลฯ เต็มอยู่สองข้างถนน ซึ่งทางหน่วยงานเขาก็ยังไม่เก็บ สงสัยจะเอาไว้อวดชาวโลกกระมั่งพี่น้อง
....สินในน้ำ
