กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เข้าร่วมการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เข้าร่วมการประชุมสมัชชาประเทศภาคอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change Conference of the Parties: UNFCCC COP) สมัยที่ 27 หรือ COP27 ณ เมืองชาร์ม-เอล-เชค สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ในช่วงระหว่างวันที่ 6 – 18 พฤศจิกายน 2565 โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ติดตามประเด็นการเจรจาในระหว่างการประชุมอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งได้เปิด Thailand Pavilion ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศต่าง ๆ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change Conference of the Parties: UNFCCC COP) สมัยที่ 27 หรือ COP 27 เมืองชาร์ม-เอล-เชคสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ ซึ่งมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 6พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา โดยมีประธาน COP26H.E. Mr. Alok Sharma และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ H.E. Mr. Sameh Shoukry
ซึ่งได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธาน COP27 และประธานคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) Dr.Hoesung Lee รวมทั้ง Mr. Simon Stiell ในฐานะ UNFCCC Executive Secretary กล่าวถ้อยแถลงเน้นย้ำความสำคัญของการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายระยะยาวของโลกในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสโดยคำนึงถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน การเติมเต็มเป้าหมายด้านการเงินเพื่อข้ามผ่านข้อจำกัดในการดำเนินงานของภาคีด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation)
และการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) โดยที่ประชุมรับรองให้มีวาระเรื่องกลไกสนับสนุนทางการเงินเพื่อตอบสนองต่อการสูญเสียและความเสียหาย (Loss and Damage) ขึ้นเป็นครั้งแรก
โดยคาดหวังว่าการประชุม COP27 จะนำไปสู่ความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เสริมสร้างความเชื่อมั่นภายใต้กระบวนการพหุภาคีของกรอบอนุสัญญาฯ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยสร้างสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับชนรุ่นหลัง

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้ความสำคัญกับการประชุมในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นการประชุมที่สำคัญในระดับโลกที่จะนำประโยชน์มาสู่มนุษยชาติ ภายใต้ความร่วมมือของประชาคมระหว่างประเทศที่จะร่วมกันปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และแข็งขัน ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งการจัด Thailand Pavilion แสดงนิทรรศการและจัดกิจกรรมคู่ขนาน (Side Event) ผลการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เผยแพร่ข้อมูลและผลการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยให้แก่ผู้เข้าร่วมการประชุม COP 27 รวมทั้งได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมเวทีเจรจาในประเด็นต่าง ๆ ตามกรอบท่าทีเจรจาในการประชุม COP27 ระหว่างปี 2565-2566 โดยจะสนับสนุนการเจรจาเพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาคมโลก พร้อมคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับอย่างยั่งยืน ยืนยันว่าการเจรจาที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรม และหลักความรับผิดชอบร่วมกันในระดับที่แตกต่าง คำนึงถึงขีดความสามารถของแต่ละภาคี พร้อมเน้นย้ำว่าประเทศพัฒนาแล้วจะต้องมีบทบาทผู้นำในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ และประเทศไทยตั้งใจจะร่วมกับภาคีอื่น เพื่อดำเนินงานตามความตกลงปารีส ซึ่งขอให้คณะผู้แทนไทยใช้กรอบท่าทีเจรจาฯ ดังกล่าว เป็นหลักในการเจรจา และติดตามประเด็นการเจรจาในระหว่างการประชุมอย่างเคร่งครัด พร้อมรายงานความก้าวหน้าผลการประชุมผ่านระบบการรายงานที่จัดเตรียมไว้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการสรุปผลการประชุม COP27 และการประชุมที่เกี่ยวข้องเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีต่อไป

สำหรับการจัด Thailand Pavilion ใน COP 27 นั้น ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกิจกรรมคู่ขนาน (Side Event) เพื่อเป็นเวทีนำเสนอการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดก๊าซเรือนกระจกของหน่วยงาน และเครือข่ายการดำเนินงานต่างๆ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันนี้ 9 พฤจิกายน 2565
ที่ผ่านมา โดยมีหลายเรื่องที่น่าสนใจ อาทิ “LAUNCH OF AGRICULTURE SECTOR READINESS FOR ENHANCED CLIMATE FINANCIAL AND IMPLEMENTATION OF KORONIVIA JOINT WORK ON AGRICULTURE PROPERTIES IN SOUTHEAST ASIA  การเตรียมความพร้อมและบทบาทสำคัญของภาคการเกษตร ที่มีต่อการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม ผู้แทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานในประเทศต่างๆ TOWARDS NET ZERO EMISSION IN BANGKOK จุดมุ่งหมายสู่ net-zero ของกรุงเทพมหานคร ผ่านหลากหลายภาคส่วนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้แทนจากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ผู้แทนจากกรุงเทพมหานคร และผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้ง COMMUNITY AND CARBON CREDIT A SYNERGY BETWEEN NATURE CONSERVATION AND COMMUNITY EMPOWERMENT คาร์บอนเครดิตกับชุมชน: ความเชื่อมโยงระหว่างการรักษาสิ่งแวดล้อมและการเสริมพลังแก่ชุมชน CLIMATE AWARENESS CLIMATE EDUCATION ON ENVIRONMENTAL HAZARDS ความรับรู้ด้านสภาพภูมิอากาศ: การศึกษาเรื่องความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และ CLIMATE JUSTICE FOR GLOBAL SOUTH ความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศสำหรับประเทศกำลังพัฒนา เป็นต้น
ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่สองของการประชุมก็ยังมีหัวข้อการเสวนาในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

จากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยสามารถติดตามข่าวสาร ตารางการเสวนา
ภาพบรรยายกาศต่างๆ ได้ทาง Facebook Page กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ กล่าวทิ้งท้าย

Related posts