“เล่าเรื่อง เมืองล้านนา” 29 กรกฎาคม 2569

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569 โดยสินในน้ำ✍️….อย่าเอาความจริงมาทำร้ายใจกัน หลายคนเชื่อว่า พูดความจริง ยังไงก็ไม่ผิด หลายคนที่ชอบพูดจาทำร้ายจิตใจคนอื่น โดยให้เหตุผลว่า ฉันเป็นคนตรง ๆ แต่เคยสังเกตไหมว่า การพูดความจริงบางครั้งกลับทำร้ายหัวใจคนฟังอย่างเจ็บปวด ทั้งที่สามารถเลือกถ่ายทอดความจริง ด้วยวิธีที่ไม่ทำร้ายจิตใจกันก็ยังได้พระพุทธเจ้าสอนว่า ความจริงเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องมีความเมตตาอยู่ในคำพูดด้วยเสมอ จึงจะเป็นความจริง ที่ไม่ทำร้ายใคร ในหลักธรรม การพูดที่ดี ไม่ใช่แค่พูดความจริงเท่านั้น แต่ยังควรเป็นคำพูดที่เป็นความจริง เป็นประโยชน์ พูดด้วยเมตตา และเหมาะกับกาลเวลา ไม่ลองถามตัวเองก่อนพูดดูสักนิด ว่าสิ่งที่เรากำลังจะพูด เราพูดให้อีกฝ่ายเข้าใจ หรือพูดเพื่อให้ตัวเองรู้สึกชนะเรากำลังพูดเพื่อแก้ปัญหา หรือเพื่อระบายอารมณ์กันแน่ การมีเมตตา ไม่ได้หมายถึงการโกหกหรือปิดบังความจริง แต่คือการเลือกถ่ายทอดความจริง ด้วยวิธีที่ไม่ทำร้ายกันเกินความจำเป็น สุด ท้ายแล้วคนไม่ได้จดจำว่าเราพูดอะไร แต่จดจำว่า เราทำให้เขารู้สึกยังไงต่างหาก ความจริงที่ขาดเมตตา ไม่ใช่ความหวังดี แต่คือเจตนาร้าย ส่วนความจริงที่มาพร้อมเมตตา คือยารักษาใจที่เปลี่ยนชีวิตบางคนได้….เรามาว่าถึงเจ้าของธุรกิจที่มีวิศัยทัศน์ เจ้าของธุรกิจที่ไม่คิดเอาเปรียบลูกค้า เจ้าของธุรกิจที่มีแต่ให้กับให้อย่างเจ้าของธุรกิจภายใต้ชื่อ หจก.เชียงใหม่ซื่อตรงแบตเตอรี่ สี่แยกข่วงสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ชื่อ ดร.อภิสิทธิ์ เพชรแท้พิชิตตะวัน หรือ ศ(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ที่ท่านมีประวัติน่าสนใจ ในฐานะนักธุกิจและนักกิจกรรมทางสังคมชาวเชียงใหม่ โดยท่านไม่มีประวัติในด้านลบ หรือความเสื่อมเสียใด ๆ ปรากฏในฐานข้อมูลสาธาร ณะ ประวิติและบทบาทหลักของท่านสามารถสรุปได้เป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้ 1. ด้านธุรกิจ ท่านเป็น กรรมการผู้จัดการและเจ้าของ หจก.เชียงใหม่ซื่อตรงแบตเตอรี่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสี่แยกข่วงสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ร้านนี้เคยเป็นข่าวดังในสื่อมวลชนหลายครั้ง ทั้งสื่อหลักและสื่อภูมิภาค จากการจัดโปรโมชั่นสวนกระแสเศรษฐกิจ โดยแจกของแถมและจัดรางวัลแจกสิ่งของอุปโภค ให้แก่ลูกค้าจำนวนมาก เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ….2.ด้านงานการกุศลและช่วยเหลือสังคม ท่านดำรงตำแหน่งประธานโครงการสันติภาพโลก (UIPM-UI Thailand ซึ่งเป็นองค์กรเครื่อข่ายภาคประชาคม ท่านและคณะกรรมการมีประวัติการทำกิจกรรมเพื่อสา ธารณะอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ภาคเหนือเช่น การส่งมอบรถเข็นวีลแชร์ ข้าวสารอาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็นให้แก่ผู้พิการ ผู้ยากไร้ และผู้ป่วยติดเตียง การสนับสนุนน้ำดื่ม ข้าวสาร และอุปกรณ์ต่าง ๆให้แก่หน่วยงานราชการ อาทิ สถานีตำรวจ สภ.ช้างเผือก สภ.ภูพิงค์ฯ เพื่อใช้ในกิจจกรรมบริการประชาชน 3. ด้านการศึกษาและรางวัลเชิดชูเกียรติ ในเดือนมิถุนายน 2567 ได้รับการคัดเลือก ให้รับปริญาเอกดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ พร้อมทั้ง ต่ำแหน่งทางวิชาการเป็น ศาสตราจารย์(พิเศษ) จากมหาวิทยาลัย UIPM (Univarsal lnstitute of ) ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบ เพื่อยกย่องผู้ที่มีผลงานโดดเด่น ในการทำประโยชน์ และขับเคลื่อนงานเพื่อสังคม นี่แหละที่เขาเรียกว่าคนดีสีสังคม หรือคนดีแห่งศรีนครพิงค์
….สินในน้ำ

Related posts