
13 พฤษภาคม 2569 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และพลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก / เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พร้อมคณะร่วมลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต
.

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติผ่านนอมินี และการบุกรุกที่ดินของรัฐ รวมถึงมอบนโยบายแก่ส่วนราชการ พบปะและรับฟังข้อเสนอ ประเด็นปัญหาจากผู้แทนภาคประชาชน รวมถึงแนวทางที่ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุน
.

ในการนี้ นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมให้การต้อนรับและรับฟังประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ
.

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. ได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการตรวจสอบข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน ซึ่งมีเนื้อที่รวม 121,437.50 ไร่ โดยเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน (26,866.27 ไร่) ซึ่งผลการตรวจสอบล่าสุดไม่พบการบุกรุกพื้นที่ ในขณะที่พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเกาะพะงัน 3,441.40 ไร่ ที่ผ่านมามีการดำเนินคดีแล้ว 4 คดี และปัจจุบันยังไม่พบการบุกรุกใหม่
.

นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายเร่งด่วนในการบริหารจัดการที่ดินทำกิน โดยกำชับให้มีการจัดรูปที่ดินเพื่อรับรองสิทธิทำกินของราษฎรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมอย่างเด็ดขาด พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่เป็นฐานในการเฝ้าระวัง เพื่อสกัดกั้นกลุ่มทุนข้ามชาติไม่ให้เข้ามาฉวยโอกาสครอบครองทรัพยากรของประเทศ
.

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายกรัฐมนตรีและคณะมีกำหนดเดินทางต่อไปยังจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่หาดสาธารณะ ณ บริเวณหาดฟรีด้อม อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต พร้อมพบปะประชาชนและมอบนโยบายแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ต่อไป
