
ปภ.เชียงใหม่ เผย ขณะนี้เครื่องจักรและเรือขุดลอกแม่น้ำปิง เริ่มทยอย เข้าพื้นที่แล้ว เตรียมพร้อมขุดลอก อย่างเต็มรูปแบบในเดือนมิถุนายน นี้
**************

ผู้ว่าฯ พะเยา เน้นย้ำเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์พายุและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย ปี 2568วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 นายรัฐพลนราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ได้ส่งหนังสือ ถึงนายอำเภอ ทุกอำเภอ ผู้อำนวยการอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา นายกเทศมนตรีเมืองพะเยา นายกเทศมนตรีเมืองดอกคำใต้ ประชาสัมพันธ์จังหวัดพะเยา และทุกภาคส่วน ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์พายุและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย ปี 2568 ในพื้นที่จังหวัดพะเยา

ด้วยกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศประเทศไทยได้สิ้นสุดฤดูร้อนและเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 เนื่องจากบริเวณประเทศไทยตอนบน สภาพอากาศมีฝนตกชุกหนาแน่นครอบคลุมพื้นที่ มากกว่าร้อยละ 60 และต่อเนื่อง 3 วัน ขึ้นไป ประกอบกับลมชั้นบนที่พัดปกคลุมประเทศไทยที่ระดับความสูง ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ได้เปลี่ยนทิศเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งจะพัดนำความชื้นจากทะเลอันดามันเข้ามา ปกคลุมบริเวณประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่วนลมชั้นบนที่ระดับความสูงประมาณ 10 กิโลเมตร ได้เปลี่ยนทิศ เป็นลมฝ่ายตะวันออก ซึ่งถือว่าเป็นการเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้ อนึ่ง ในช่วงต้นฤดูฝนจะมีปริมาณ ฝนน้อย หลังจากนั้นปริมาณและการกระจายของฝนจะเพิ่มขึ้นสำหรับฤดูฝนของประเทศไทยตอนบนจะสิ้นสุด ประมาณกลางเดือนตุลาคม เพื่อให้การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย ปี 2568 ในพื้นที่จังหวัดพะเยา เป็นไปด้วย ความเรียบร้อย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ 1. เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์สภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และใช้กลไกทั้งท้องถิ่น และท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ตลอดจนอาสาสมัครภาคประชาชน ในการเฝ้าระวัง ติดตามแนวโน้ม สถานการณ์ ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะส่งผลให้เกิดสถานการณ์อุทกภัย พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้ครอบคลุม ทุกพื้นที่และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ทุกช่องทาง 2. การจัดเตรียมพื้นที่รองรับน้ำ พื้นที่ทุ่งรับน้ำ แหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ รวมทั้งเร่งกำจัดสิ่งกีด ขวางทางน้ำ ขุดลอกคูคลองสาธารณะ ท่อระบายน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่เกิดอุทกภัยเป็นประจำ เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการระบายน้ำให้เต็มศักยภาพ 3. การดูแลสถานที่สำคัญ ให้เตรียมการป้องกันพื้นที่ โดยการจัดทำแนว คันกั้นน้ำ วางแผน ติดตั้งเครื่องจักรกลสาธารณภัยไว้ในพื้นที่เสี่ยงเป็นการล่วงหน้า เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ในสถานที่ สำคัญ อาทิ สถานพยาบาล โรงเรียน พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ โบราณสถาน แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านเรือนที่พักอาศัยของประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้ทางน้ำ ริมตลิ่ง หรือที่พักอาศัย ที่อยู่ใกล้ทางผ่านของน้ำ 4. การสร้างการรับรู้สู่ประชาชน โดยใช้ช่องทางที่สามารถส่งข้อมูลข่าวสารให้ไปถึงประชาชน ในพื้นที่เสี่ยงได้โดยตรง อาทิ หอกระจายข่าว เครือข่ายภาคประชาชน ฯลฯ เพื่อให้ประชาชนทราบสถานการณ์ และทราบถึงสิทธิการได้รับความช่วยเหลือและหลักเกณฑ์ในการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐ รวมถึงให้มี การเตรียมความพร้อมหากจำเป็นต้องอพยพได้อย่างทันท่วงที 5. การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ในการรองรับการอพยพ ให้จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว สำหรับเป็นที่พักอาศัยของผู้ประสบภัย ในกรณีสถานการณ์มีความรุนแรงจนต้องอพยพกลุ่มเปราะบาง ประชาชน ให้ออกจากบ้านเรือนที่อาศัยอยู่เป็นประจำ โดยต้องพิจารณาสถานที่ที่มีความมั่นคง ปลอดภัย และไม่อยู่ในบริเวณ พื้นที่เสี่ยง 6. กรณีเกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในทุกระดับ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการระดมสรรพกำลังและทรัพยากรจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งประสานการเผชิญเหตุ ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ พลเรือน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ และอาสาสมัครในพื้นที่ ได้อย่างมีเอกภาพ 7. การให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย ให้ความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือ ด้านความปลอดภัยในชีวิตและการดำรงชีพก่อนเป็นอันดับแรก อาทิ การจัดหาอาหาร ยารักษาโรค การรักษา ความปลอดภัยให้ประชาชน การจัดหน่วยแพทย์คอยดูแลสภาพร่างกายและสภาพจิตใจผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งเร่งเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว ตลอดจนขอให้กำชับ เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องถือปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด 8. การขอรับการสนับสนุนทรัพยากร ขอให้ประสานการปฏิบัติการกับกองอำนวยการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต หรือผ่านทางโทรศัพท์หมายเลข 05444 9644โทรสารหมายเลข 054449647 หรือทางไลน์กลุ่ม “ปภ./ปลัดป้องกันฯ” หรือ สายด่วน “1784” ตลอด 24 ชั่วโมง
*****************

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2568 โดยสินในน้ำ✍️….มาเรื่องที่ยังติดค้างพี่น้องไว้ในเรื่องของคนแก่มาที่ข้อ 7 การกินปลาซึ่งคนแก่จำเป็นมากเพราะการกินสัตว์สี่ขา เลวร้ายยิ่งกว่ากินสองขา การกินสองขาเลวร้ายยิ่งกว่ากินไม่มีขา สี่ขาส่วนใหญ่หมายถึงสุกร โค และเนื้อแกะ การรับประทานอาหารที่มากเกินไปของเนื้อสัตว์เหล่านี้ ไม่เอื้อต่อการลดน้ำหนักและลดไขมันการไขมันในเลือด สองขาหมายถึงสัตว์ปีกเช่น ไก่ เป็ด ห่านเป็นต้น ซึ่งเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ไม่มีขา ส่วนใหญ่หมายถึงปลาและผักต่างๆ โปรตีนที่มีอยู่ในปลาจะย่อยและดูดซึมได้ง่าย ปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนเป็นสิ่งที่ดีสำหรับร่างกาย….8. การออกกำลังกายได้แก้เดินเบาๆ เพราะการเดินเบาๆนี้มีผลต่อริ้วรอยขลัง เมื่อผู้ใหญ่เดิน ประมาณ 1 กิโลเมตรหรือน้อยกว่า อย่างสม่ำเสมอนานกว่า 12 สัปดาห์พวกเขาจะบรรลุผลของท่าทางที่ถูกต้องและรอบเอว และร่างกายแข็งแรงและไม่เหนื่อยง่าย นอกจากนี้การเดินออกกำลังกายยังเป็นประโยชน์ในการรักษาอาการปวดหัว ปวดหลัง ปวดไหล่ ฯลฯ และสามารถส่งเสริมการนอนหลับ และเชื่อว่าการเดิน 30 นาทีต่อวัน สามารถกำจัดอันตรายจากโรคผู้ใหญ่ได้ ผู้ที่ใช้เวลา 10,000 ครั้งต่อวัน จะมีโอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดตีบต่ำกว่า….9.เวลาที่มีอยากไปไหนก็ไป อยากกินอะไรถ้ามีปัจจัยก็กิน อย่าเอาเวลาที่เหลือน้อยนิดไปเลี้ยงหลานๆ ปล่อยให้ลูกๆ มันเลี้ยงของมันเอง เอาเวลาที่เหลือไปเที่ยวอยากไปไหนก็ไป อย่าไปยึดติดกับหลานๆ พวกเขายังมีเวลาเหลืออีกเยอะ แต่ท่านเวลาเหลือไม่มากแล้ว มีงานอดิเรกไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงหรืองานพบปะร้องเพลงหรือ เดินทางไปเที่ยวไหนก็ไป และ 10.คนแก่ควรรักษาอารมณ์ที่ดีเนื่องจากสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพของพวกเขา โรคเรื้อรังทั่วไปที่มีผลต่อผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์กับอารมณ์เชิงลบของผู้สูงอายุ สิ่งที่ดีที่สุดคือการปล่อยวาง เพราะมันจะทำให้ท่านมีความสุขอารมณ์ที่ดีไม่เครียดเพื่อการใช้ชีวิตที่ดีที่สุด.…การเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล ฯ ในจังหวัดเชียง ใหม่ จำนวน 121 แห่งมากที่สุดในประเทศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมาทาง กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลดังนี้ นายก เทศมนตรีนคร 1 คน สมาชิกสภา 24 คน นายกเทศมนตรีเมือง 1 คน สมาชิกสภา18 คน นายกเทศมนตรีตำบล 1 คน สมาชิกสภาเทศบาล 12 คน การประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง หากไม่มีเรื่องร้องเรียนจะประกาศรับรองภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง หรือภายในวันที่ 10 มิถุนายก 2568 หากมีเหตุไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม แม้จะไม่มีผู้ร้องเรียน จะดำเนินการสืบสวนไต่สวนให้แล้วเสร็จ จะประกาศรับรองผลหรือจัดการเลือกตั้งใหม่แล้วแต่กรณี ภายใน 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง หรือภายในวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 คาดว่าภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2568 จะมีการประกาศรับรอง
….สินในน้ำ
