
จากสถานการณ์ ความรุนแรงของภัยธรรมชาติ น้ำป่าไหลหลากดินถล่ม อำเภอปัว จังหวัดน่าน มหาอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลัน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สร้างความเสียหาย อย่างหนัก

นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ นายวรภัต ธรรมประทีป ผู้อำนวยการกองวิจัย พัฒนาและอุทกวิทยา ด้วยความห่วงใยในชิวิตและความเสียหายทรัพย์สินของประชาชน ในพื้นที่เสียง ที่ราบเชิงเขา ประชาชน ชุมชน หมู่บ้าน ใกล้แม่น้ำ ได้รับการเตือนภัย อย่างมีประสิทธิ์ภาพ

ได้มอบหมายให้ ให้ นายภูมจิตร์ โปรดปราน ผู้อำนวยการส่วนเฝ้าระวังและเตือนภัยล่วงหน้าอุทกวิทยา นางสาว รติกาล ภาพติ๊บ ผู้อำนวยการส่วนวิจัยและพัฒนาอุทกวิทยา และนายปูณณภพธ์ มั่นคงดี นักอุทกวิทยา กรมทรัพยากรน้ำพร้อมเจ้าหน้าที่ ลง พื้นที่จังสำรวจสถานีเตือนภัย ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) ทุกพื้นที่ ส่วนหนึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งและต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อใช้งานมาเป็นระยะเวลานานกว่า 5 ปีอุปกรณ์อาจเกิดการชำรุดหรือเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ส่งผลต่อความพร้อมในการตรวจวัดข้อมูลและประสิทธิภาพการแจ้งเตือนภัย จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบและเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ ได้จัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ เสริมความรู้และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานระบบเตือนภัยน้ำท่วม–ดินถล่ม(Early Warning) อย่างเจาะลึก ถึงระบบการทำงาน แนวทางการแก้ไขปัญหา ยิ่งตรงจากกรมถึงพื้นที่ห่างไกล ฉับไวมันสถานการณ์ เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งลดความเสี่ยงและบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ



