
วันนี้ (19 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปยังอุทยานแห่งชาติภูเวียง และศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ทรงนำคณะกรรมการนานาชาติของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ด้านซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และธรรมชาติวิทยาที่สำคัญของประเทศไทย พร้อมทอดพระเนตรความก้าวหน้าการศึกษาวิจัยทางบรรพชีวินวิทยา ซึ่งสะท้อนศักยภาพของไทยในการพัฒนาองค์ความรู้และเผยแพร่ผลงานวิจัยสู่ระดับนานาชาติ โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เฝ้าฯ รับเสด็จ

โอกาสนี้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึกเป็นรูปไดโนเสาร์ทำจากหญ้าแฟง จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรหลุมขุดค้นไดโนเสาร์ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติเฉลิมพระเกียรติ ระยะทางประมาณ 200 เมตร และทรงปลูกต้นโยนีปีศาจ จำนวน 1 ต้น ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารคลุมหลุมขุดค้นที่ 3 บริเวณห้วยประตูตีหมา ภายในอุทยานแห่งชาติภูเวียง เพื่อทอดพระเนตรแหล่งขุดค้นและทรงรับฟังรายงานความก้าวหน้าโครงการศึกษาวิจัยและขุดค้นซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ ประจำปี พ.ศ. 2567–2569


โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนจัดการซากดึกดำบรรพ์ กรมทรัพยากรธรณี โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยขอนแก่น และกรมทรัพยากรธรณี ดำเนินการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง ผลการศึกษาของคณะนักวิจัย นำโดยนายสุธรรม วงษ์จันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง ร่วมกับอาจารย์ ดร.วราวุธ สุธีธร นักบรรพชีวินวิทยาคนแรกของประเทศไทย และอาจารย์ ดร.สุรเวช สุธีธร จากศูนย์วิจัยและการศึกษาบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์มากกว่า 270 ชิ้น ณ หลุมขุดค้นที่ 3 ทั้งนี้ จากการศึกษาเปรียบเทียบกับซากดึกดำบรรพ์ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าอาจเป็นไดโนเสาร์ซอโรพอดกินพืชขนาดใหญ่ชนิดใหม่ของโลก ในวงศ์บราคิโอซอริดี (Brachiosauridae) มีความยาวประมาณ 20–25 เมตร และมีขนาดใหญ่กว่าภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus sirindhornae) เกือบเท่าตัว การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญต่อการเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านวิวัฒนาการและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในอดีต พร้อมตอกย้ำความสำคัญของอุทยานแห่งชาติภูเวียงในฐานะแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์แห่งแรกของประเทศไทย


จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ทอดพระเนตรการแสดงระบำไดโนเสาร์ นิทรรศการการค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกของประเทศไทย โครงกระดูกต้นแบบของภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน นิทรรศการอุทยานธรณีขอนแก่น และสวนไดโนเสาร์ ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของโลกยุคดึกดำบรรพ์เมื่อประมาณ 130 ล้านปีก่อน โดยมีนายประดิษฐ์ นูเล ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ กราบบังคมทูลรายงาน ในโอกาสนี้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ ทูลเกล้าฯ ถวายกระเป๋าผ้าทอมือปักลายไดโนเสาร์เป็นของที่ระลึก

ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญด้านธรณีวิทยา ซากดึกดำบรรพ์ และธรรมชาติวิทยาของประเทศไทย มีจุดเริ่มต้นจากการค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกของประเทศเมื่อ พ.ศ. 2519 โดยนายสุธรรม แย้มนิยม อดีตนักธรณีวิทยาของกรมทรัพยากรธรณี ขณะสำรวจแร่ยูเรเนียมบริเวณห้วยประตูตีหมา ก่อนเปิดให้บริการใน พ.ศ. 2544 ปัจจุบันเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้ศึกษาประวัติศาสตร์ธรรมชาติผ่านหลักฐานซากดึกดำบรรพ์และผลงานการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรธรณี มุ่งส่งเสริมการศึกษาวิจัย การอนุรักษ์แหล่งซากดึกดำบรรพ์ และการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อสืบสานคุณค่าของมรดกทางธรรมชาติสู่คนรุ่นต่อไป ขณะที่จังหวัดขอนแก่นเดินหน้าพัฒนาอุทยานธรณีขอนแก่นสู่การเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก โดยมุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางธรณีวิทยา การเรียนรู้ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา ครอบครัว และนักท่องเที่ยว เยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติภูเวียงและศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เพื่อเรียนรู้เรื่องราวไดโนเสาร์ไทย ชมหลักฐานการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ และสัมผัสความโดดเด่นของธรรมชาติ อันเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางธรรมชาติที่ทรงคุณค่าของประเทศไทย พร้อมร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวที่เติบโตควบคู่กับการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน
