
วันนี้ (30 กันยายน 2569) เวลา 13.00 น. ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุม “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส นวัตกรรมสีเขียวเพื่ออาเซียนปลอดฝุ่น (CLEAR Sky Strategy : A Green Tech Conference, Towards a Haze-Free ASEAN)” ณ ห้องวิเทศโมสร กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีนายวิชาวัฒน์ อิศรภัคดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนางทองจัน อะคะมาเขต (Mrs. Thongchan Akhamakhet) ปลัดกระทรวงกสิกรรมและสิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และนายฮล่า หม่อง เต็ง (Mr. Hla Maung Thein) ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตลอดจนผู้แทน ประเทศคู่เจรจา ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เข้าร่วมการประชุม

การประชุมในครั้งนี้ฯ จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี นวัตกรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน คู่เจรจา และภาคเอกชน ในการแก้ไขปัญหา PM2.5 และหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นรูปธรรม โดยดร.รวีวรรณ เน้นย้ำว่า ปัญหาหมอกควันกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สุขภาพ และความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างกว้างขวาง จึงจำเป็นต้องร่วมกันขับเคลื่อน “ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) 2024–2030” ร่วมกับลาวและเมียนมาอย่างจริงจัง โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ควบคุมไฟป่า คาดการณ์สถานการณ์ ส่งเสริมเกษตรยั่งยืน และพัฒนาศักยภาพทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาต้องดำเนินควบคู่กับนโยบายที่เข้มแข็ง มาตรการจูงใจ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระดับภูมิภาคเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “อาเซียนปลอดฝุ่น”

นอกจากนี้ ดร.รวีวรรณ ได้หารือร่วมกับ นายฮล่า หม่อง เต็ง ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ถึงการเตรียมจัดประชุมคณะทำงานร่วม (Joint Working Group: JWG) ภายใต้ TOR การจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำพรมแดนระหว่างไทย-เมียนมา ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับความร่วมมือในการเฝ้าระวัง ติดตามคุณภาพน้ำ และป้องกันปัญหามลพิษทางน้ำร่วมกัน

พร้อมกันนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการร่วม 3 ปี ครอบคลุมการประสานนโยบาย การตรวจวัดคุณภาพน้ำ การพัฒนาระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า การดูแลสาธารณสุข การถ่ายทอดวิชาการ และการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำข้ามแดนระหว่างสองประเทศอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
