“เล่าเรื่อง เมืองล้านนา”

นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนเป็นประธานเปิดสมาคมโรงแรมและที่พักลำพูน
ณ สนามกัซซัน ขุนตาน กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน
วันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 08.30 น.
สมาคม โรงแรมและที่พักลำพูน (Lamphun Hotel & Lodging Association: LHLA) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว สมาคมฯ อย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุมทาทุ่งหลวง สนาม สนามกัซซัน ขุนตาน กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เพื่อประกาศวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนองค์กร และความพร้อมในการเป็น ศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการด้านการบริการและการท่องเที่ยวในพื้นที่
.
การจัดตั้งสมาคมฯ ในครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากการหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ณ ศาลากลาง จังหวัดลำพูน ซึ่งได้รับเกียรติจาก นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานการประชุม ร่วมกับ นายปรีชา สมชัย ปลัดจังหวัดลำพูน ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และผู้ประกอบการภาคเอกชน เพื่อกำหนด แนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง โดยต่อมาในวันที่ 21 กันยายน 2569 คณะกรรมการสมาคมฯ นำโดย นาวาเอก ณัฐพงศ์ คชเสนี อุปนายกสมาคมฯ พร้อมด้วย คณะกรรมการสมาคมโรงแรมและที่พักลำพูน
.
ได้ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฯ อย่างเป็นทางการ ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน
.
นอกจากนี้ จากผลการประชุมผ่านระบบออนไลน์เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือก คุณพรหมพร(ฟ้า) เอี่ยมจิตเมตตา ดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมโรงแรมและที่พักลำพูน (วาระดำรงตำแหน่ง ปี 2569 – 2571)
.
คุณพรหมพร(ฟ้า) เอี่ยมจิตเมตตา นายกสมาคมโรงแรมและที่พักลำพูน กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานว่า
.
“สมาคมโรงแรมและที่พักลำพูน ก่อตั้งขึ้นด้วยเจตนารมณ์ที่จะเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน ยกระดับ มาตรฐานการบริการ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมกันผลักดันให้จังหวัดลำพูนเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและยั่งยืน ร่วมพลัง ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวลำพูนจากเมืองผ่าน…สู่เมืองพักอย่างยั่งยืน”
.
สำหรับแผนงานระยะแรก สมาคมฯ มุ่งเน้นการส่งเสริมศักยภาพสมาชิก การพัฒนาบุคลากรด้านการบริการ การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติของลำพูน ตลอดจนการทำการตลาดร่วมกันเพื่อดึงดูด นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ.

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันพุธที่ 30 กันยายน 2569 โดยสินในน้ำ✍️….ถอยจากปัญหาแล้วปัญ ญาจะก่อเกิด เมื่อเราจมอยู่กับปัญหา ปัญญาจะถูกปิดบัง เมื่อยึดติดกับสิ่งใดมากเกินไป สายตาย่อมพร่ามัวด้วยคติ นกอินทรีหลงอยู่ในหุบเขา เพราะถูกป่าทึบบังสายตา หากขยับปีกบินสูงเหนือยอดเขา ย่อมเห็นป่าทั้งผืน แล้วจะไม่หลงอีก การถอยออกมา ไม่ใช่ความอ่อนแอ คนอ่อนแอคือคนที่ดันทุรังจะเอาให้ได้ดังใจ จงมีสติถอยห่างออกมาจากความหลงผิดคิดชั่ว แล้วเราจะเห็นว่าทุกปัญหา จบที่ใจเราเบาที่สุด….มาที่ความจริงที่ใครก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่านี่คือความจริง อายุ 51 – 60 คือ ช่วงเวลาที่จะเกษียณ ช่วงอายุ 61 – 70 คือ ช่วงเวลาที่สูงอายุ หรือคนแก่ อย่าน้อยใจถ้าจะมีคนเรียกเราว่า ลุง ป้า ควรจะรีบเที่ยวในช่วงเวลานี้ อย่าเอาชีวิตที่ เหลือไปจมปลักอยู่กับลูกหลานเพราะพวกเขายังมีเวลาอีกเยอะ อายุ 71 – 80 คือ ช่วงเวลาที่ร่าง กายเริ่มป่วย บางคนก็เริ่มเสียชีวิตไปแล้ว อายุ 81 – 90 คือ ช่วงเวลาที่ตายจากกันไป ที่ยังมีชีวิตอยู่คือกำไร แล้วเราจะเห็นคนอายุ 90 ปีขึ้นไป มีอยู่ไม่กี่คน นี่คือเรื่องจริง อย่าโกรธอย่าทะเลาะกัน ยิ่งทำให้เสียสุขภาพจิต วัยนี้แล้วปล่อยวางดีที่สุด….ใครที่เคยเห็นบรรดาร้านค้าที่เขามักจะเอาเก้าอี้มาวางแล้วบอกว่าห้ามจอด จอดได้เฉพาะลูกค้า ทั้ง ๆ ที่เป็นถนนหลวง ไม่ใช่ถนนส่วนบุคคล ต่อไปนี้ประชาชนต้องจอดรถในบ้านเท่านั้น บางคนมีที่จอดรถ เอาที่จอดวางโต๊ะเก้าอี้ไว้หน้าบ้าน แต่เอารถไปจอดข้างรั้ว ล่าสุดศาลตัดสินแล้ว จอดรถหน้าบ้านตัวเองก็ผิด เจ้าของบ้านแพ้คดี โดยมีการเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กถึงคำพิพากษาคดีจอดรถยนต์บนถนนหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งจบลงด้วยการที่เจ้าของบ้าน(จำเลย) แพ้คดี ต้องชำระค่าเสียหาย 1,500 บาท พร้อมถูกสั่งห้ามนำรถมาจอดกั้นขวางพื้นที่ส่วนกลางอีกต่อไป ถือเป็นเหตุการณ์สะเทือนวงการลูกบ้านหมู่บ้านจัดสรรทั่วประเทศ….โดยศาลได้ชี้ชัดว่า ถนนหน้าบ้านและพื้นที่นอกรั้วบ้านในหมู่บ้านจัดสรรถือเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่มีไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันของลูกบ้านทุกคน จำเลยจะใช้พื้นที่ตรงนี้โดยไม่คำนึงถึงสิทธิ์ของคนอื่นไม่ได้ ถือเป็นการใช้สิทธิ์ที่ก่อความเสียหายแก่บุคคลอื่น แปลง่าย ๆ คือให้เป็นหน้าบ้านตัวเอง แต่ถ้าถนนเส้นนั้นเป็นของส่วนกลาง ก็ไม่มีสิทธิ์ผูกขาดจอดคนเดียว จึงมีชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ว่า มีทุกหมู่บ้าน และถามว่าใช้เป็นบรรทัดฐานได้ไหม บางคนคำนวณแล้วบ่นว่า ค่าเสียหาย 1,500 บาท ค่าทนายอีก 3,000 บาท รวม 4,500 บาท ถ้าเทียบกับค่าจ้างทนายจริงอาจไม่คุ้ม แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เงิน มันคือการวางบรรทัดฐานให้ลูกบ้านทั่วประเทศว่า สิทธิ์ในบ้านตัวเองจบตรงรั้ว ส่วนถนนหน้าบ้านเป็นของทุกคน ใครที่กำลังมีปัญหาเพื่อบ้านจอดรถขวางหน้าบ้าน หรือจอดกินพื้นที่ส่วนกลาง คดีนี้กำลังกลายเป็นอาวุธชิ้นใหม่ในมือลูกบ้านทั่วประเทศ และถนนที่เรามักเห็นร้านค้าเขาเอาเก้าอี้มากั้นไว้เพื่อให้ลูกค้าจอด แบบนี้ก็ผิด ถ้ามีคนไปร้องหรือไปแจ้งความ มันคือถนนหลวงไม่ใช่ถนนส่วนบุคคล
….สินในน้ำ

Related posts