“รมว.สุชาติ” สั่ง 8 จังหวัดตะวันออกยกระดับรับมือ “น้ำท่วม–ภัยแล้ง” วางระบบบริหารน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้ง 3 คณะทำงานย่อยลงพื้นที่แก้ปัญหา ย้ำ “ความเดือดร้อนประชาชนรอไม่ได้”

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมชลบุรี ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชลบุรี และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีผู้บริหารกระทรวงฯ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อเร่งยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและภัยแล้งใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และนครนายก

นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และมีเอกภาพ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที โดยได้กำชับทุกหน่วยงานให้วางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งในภาวะอุทกภัยและภัยแล้ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และลดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และภาคเศรษฐกิจในพื้นที่

สำหรับการรับมืออุทกภัย ได้กำชับหน่วยงานท้องถิ่นและภาคเอกชนร่วมกันวางแผนการดำเนินงานและการให้บริการประชาชนอย่างเป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติ และสามารถสนับสนุนประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์ พร้อมทั้งเร่งเตรียมมาตรการสำคัญ อาทิ การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ การเปิดทางน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงการบริหารจัดการและระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์

ขณะเดียวกัน ได้กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลัง ทั้งเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ เครื่องมือ ทรัพยากร และสถานที่ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือและสนับสนุนพื้นที่ได้ทันที หากเกิดอุทกภัยหรือภัยแล้ง พร้อมให้จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้มีจำนวนและศักยภาพเพียงพอต่อประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชนและผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่

ด้านสาธารณสุข ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากร พาหนะ เวชภัณฑ์ และระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อรองรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก

นอกจากนี้ รมว.สุชาติ ยังสั่งการให้จัดตั้งอนุกรรมการ 3คณะ เพื่อรับผิดชอบดูแลพื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออก แบ่งพื้นที่ให้แต่ละคณะ ติดตามสถานการณ์ ลงพื้นที่ประเมินปัญหาและอุปสรรคอย่างใกล้ชิด พร้อมรวบรวมและรายงานต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงจุด และไม่เกิดความล่าช้าในการช่วยเหลือประชาชน

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานผ่านกลไกกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในทุกระดับ เพื่อให้การสั่งการมีเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน และหากพบปัญหาอุปสรรค โดยเฉพาะด้านงบประมาณ ให้รีบรายงานคณะกรรมการฯ เพื่อเร่งหาแนวทางสนับสนุนและแก้ไขโดยเร็ว

“ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ที่รอไม่ได้ ภาครัฐจึงต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ วางระบบบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และบูรณาการทุกภาคส่วนให้ทำงานเป็นทีมเดียวกัน เมื่อเกิดสถานการณ์ต้องลงพื้นที่ให้เร็ว ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด และอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์” นายสุชาติ กล่าว

Related posts