“เล่าเรื่อง เมืองล้านนา” 8 สิงหาคม 2569

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 โดยสินในน้ำ✍️….จุดต่ำสุดในชีวิตคือการไม่ มีมิตรตักเตือน เมื่อใดที่คำเตือนสะกิดใจจนรู้สึกเจ็บนั่นคือสัญญาณว่า อัตตากำลังถูกสั่นคลอน เราไม่ได้เจ็บเพราะคำพูดใคร แต่เจ็บเพราะเปลือกที่เราสร้างไว้ มันกำลังพังและเผยให้เห็นความจริงที่เราเป็นต่อหน้าคนอื่น แต่จงรู้ไว้ ความเจ็บจากการถูกตักเตือนยังไม่น่ากลัวเท่าความเงียบ งันที่ไร้มิตรชี้แนะ การอยู่อย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางผู้คน โดยไม่มีใครกล้าสบตาพูดความจริง นั่นคือจุดที่น่าสมเพชที่สุดในชีวิต คนที่น่าเวทนาที่สุด ไม่ใช่คนที่มีความรู้น้อย แต่คือคนที่รู้มาก แต่ปิดใจไม่รับฟังใคร เปรียบเหมือนน้ำชาล้นถ้วย ที่เติมความหวังดีเท่าไหร่ ก็ไร้ค่า คนที่ยึดถืออัตตาไว้แน่นใจจะยิ่งแบกหนัก แต่ถ้าวางตัวตนลง แล้วเปิดใจรับฟัง ชีวิตจะเบาสบาย ยิ่งคลายยึด ยิ่งเติบโต จงรีบตื่นรู้และแก้ไขในวันนี้ ก่อนจะไม่มีใครกล้าตักเตือนเราอีกเลย….มาพูดเรื่องบัตร สวัสดิการแห่งรัฐ หรือเรียกกันจนติดปากว่า บัตรคนจน ที่ก่อนหน้านี้มีปัญหากันทั่วบ้านทั่วเมือง กับการตัดสิทธิ์ของคนจนกว่าหลายล้านคน รัฐบาลถูกด่าจนโงหัวไม่ขึ้น เรียกว่าคำด่าที่ไม่เคยได้ยินเราก็จะได้ยินในโลกโชเชียลในช่วงที่คนจนจะถูกตัดสิทธิ์ ในสิ้นเดือนนี้ โดยที่จะไม่ได้อะไรเลย แม้คนจนหลายล้านคนหวังว่าจะได้เดือนละ 1,000 บาท อีกสองเดือน คือเดือนสิงหา และกันยายน 2569 ซึ่งพี่น้องหลายล้านคนต่างก็หวังว่าเงินที่จะได้อีกเดือน 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน มันมีค่ามหาศาลแก่พวกเขามาก แต่มันเป็นเพียงเงินแค่น้อยนิดสำหรับนักการเมือง เงินพันบาทผมว่าพวกท่านใช้กันแค่กินข้าวมื้อเดียวต่างกับคนจนเงินพันบาท เขากินกันทั้งครอบครัวทั้งเดือน มันต่างกันไหมละ แล้วทำไมจะต้องมาตัดสิทธิ์พวกเขาด้วย….แม้ว่าเวลานี้รัฐบาลจะคืนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับพี่น้องหลายล้านคนและก็จะได้เงินคนละ 1,000 บาท อีก สองเดือนคือเดือนนี้ และเดือนหน้า แต่ถ้ารัฐบาลไม่คิดเล็กคิดน้อย คนจนที่เขาถือบัตรสวัสดิการ แห่งรัฐ หรือบัตรคนจนอยู่ก่อนแล้วมาหลายปี ไม่น่าจะตัดสิทธิ์พวกเขา แต่ถ้าพวกท่านจะตรวจสอบว่าใครจนจริงหรือไม่จริง การทำบัตรใหม่ท่านตรวจสอบได้เลย อย่าเอาคนที่เขาถือบัตรอยู่แล้วมาปะปนกัน เขามีของเขาแล้ว ก็ปล่อยให้เขาไปตามปกติ ไม่ต้องไปสร้างเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ต้องไปอุทร ต้องไปแจ้งนั้นแจ้งนี่ ไม่รู้ว่าพวกท่านคิดได้อย่างไร มันเท่ากับว่าพวกท่านได้สร้างปัญหาอันใหญ่หลวงให้กับคนจนที่เขาถือบัตรกันอยู่แล้ว ทั้ง ๆ ที่พวกเขาครองบัตรคนจนมากันคนละหลายปีแล้ว แต่จะต้องมานับหนึ่งใหม่ บางคนเขายังไม่รู้เลยว่า คำว่าอุทรจะต้องทำอย่างไร….ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรีจะสั่งการให้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายืนยันตัวตนและใช้สิทธิ์แทนได้ จะยังไง ก็แล้วแต่ เอาแค่ที่พี่น้องที่ถือบัตรคนจนทั้งหลายล้านคน ได้คนละ 1,000 บาท สองเดือนก่อน
....สินในน้ำ

Related posts