“เล่าเรื่อง เมืองล้านนา” 5 สิงหาคม 2569

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2569 โดยสินในน้ำ✍️….ธรรมดาของโลก คาดหวังมากก็เหนื่อยใจมาก ยึดถือมากก็ทุกข์ใจมาก เราห้ามจิตไม่ให้คิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะไม่ก้าวขาตามแรงลากของกิเลสได้ เราห้ามกายไม่ให้แก่ เจ็บ ตาย ไม่ได้ แต่ฝึกถอนความยึดมั่นออกจากขันธ์ 5 ได้ ยิ่งอยากครอบครอง สิ่งนั้นยิ่งย้อนกลับมาล่ามโซ่ใจ ยิ่งดื้อดึงจะเอาให้ได้ดั่งใจ โลกจะยิ่งส่งความผิดหวังมาสั่งสอน เพื่อทุบอัตตาให้พังทลาย และปลุกใจให้ตื่นรู้ในความจริงว่า ไม่มีสิ่งใดบดขยี้เราได้ นอกจากความยึดมั่นของตัวเราเอง….มาพูดถึงเรื่องของคนแก่ ที่หยิบมาพูดบ่อย ๆ เป็นเพราะว่าเวลานี้บ้านเราเข้าสู่สังคมของผู้สูงวัยอย่างเป็นทางการ คนเริ่มมีมากขึ้น และอีกไม่กี่เดือนก็จะมีผู้ที่จะเกษียณอีกแล้ว ไม่รู้จำนวนเท่าไหร่ ผมเองก็เป็นคนแก่เช่นกัน ก็เลย ต้องขออนุญาตพูดเรื่องของคนแก่ เพื่อที่จะให้คนแก่ ๆ ที่ติดตามคอลัมสินในน้ำนี้ได้อ่านและศึกษาข้อมูลกันไปด้วย ถึงจะไม่เชื่อแต่ก็อย่าลบหลู่ คนเราเมื่อายุยี่สิบ เราคิดว่าตัวเราเองเป็นอมตะ นอนตีสอง ตื่นหกโมง กินเหล้า กินบุฟเฟ่ต์ กินทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า ร่างกายยังไหว พออายุสี่สิบ เริ่มมีพุง เริ่มมีไขมัน เริ่มมีหมอนรองกระดูกส่งข้อความเตือน แต่ก็ยังปากดีว่า ยังหนุ่มอยู่ พออายุหกสิบ เดินผ่านร้านทองไม่มองแล้ว มองแต่ร้านขายยา และเริ่มรู้จักหมอมากกว่าดารา ส่วนพออายุเจ็ดสิบ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ภารกิจพิเศษ มุ่งสู่แปดสิบ ทศวรรษแห่งการซ่อมบำรุง รถยนต์สิบปีเรียกว่ารถเก่า บ้านสามสิบปีเรียกว่า บ้านเก่า….แต่ร่างกายที่ใช้งานมาเจ็ดสิบปี ยังสตาร์ตติดทุกเช้า ถือว่าเป็นสินค้าคุณภาพระดับตำนานแล้ว อะไหล่บางชิ้นเริ่มมีเสียง บางชิ้นเริ่มหลวม บางชิ้นเริ่มหาย โดยเฉพาะความจำ เดินเข้าห้องนึกไม่ออกว่าจะมาทำอะไร แต่เรื่องเพื่อนยืมเงินเมื่อสามสิบปีก่อน จำได้แม่นอย่างกับเพิ่งเกิดเมื่อวาน ยุคทองของโรคประจำตัว สมัยหนุ่ม ๆ มีนามบัตรใบเดียว พอแก่ขึ้น มีบัตรโรงพยาบาลหลายใบ หมอแต่ละแผนกเรียกชื่อได้สนิทกว่าญาติบางคน บางวันเปิดกล่องยา เหมือนเปิดร้านขายยาเคลื่อนที่ เม็ดสีขาวสำหรับความดัน เม็ดสีชมพูสำหรับหัวใจ เม็ดสีเหลือสำหรับไขมัน…..กินจนสงสัยว่า อาหารคือของแถมหรือยาเป็นอาหารหลักกันแน่ ภัยร้ายอันดับหนึ่ง ไม่ใช่โจร ไม่ใช่มิจฉาชีพ แต่คือ พื้นเปียก เมื่อก่อนล้มแล้วหัวเราะ เดี๋ยวนี้ล้มแล้วทั้งบ้านร้องไห้ เดินผ่านห้องน้ำต้องใช้สมาธิมากกว่าตอนสอบเข้ามหาลัยเสียอีก เพื่อเริ่มหายไปทีละคน เมื่อก่อนงานแต่งเยอะ ทุกเสาร์มีงานเลี้ยง ทุกอาทิตย์มีสังสรรค์ พอแก่ขึ้น เริ่มเปลี่ยนเป็นงานเยี่ยมไข้ ตามด้วยงานฌาปนกิจ จนบางครั้งเจอเพื่อเก่าคำถามแรกไม่ใช่สบายดี แต่เป็นยังอยู่เหรอ แล้วหัวเราะพร้อมกัน เพราะทุกคนเข้าใจมุกนี้ดีที่สุด นี่คือสังคมของคนแก่ แต่วันพรุ่งนี้จะนำเอาเคล็ดลับสู่แปดสิบมาเม้าท์ต่อ วันนี้ติดตามกันนะครับพี่น้อง คนที่แก่ ๆ คนหนุ่มก็ฟังได้
....สินในน้ำ

Related posts