
วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับ บริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (S&J) และภาคีเครือข่าย จัดโครงการ “เอสแอนด์เจร่วมใจอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการัง” ภายใต้กิจกรรมซ่อมแซมทุ่นผูกเรือ และดำน้ำเก็บขยะบริเวณแนวปะการัง SAVE CORAL, SUSTAIN THE SEA เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ลดผลกระทบจากกิจกรรมท่องเที่ยว และสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีนายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยนายธีระศักดิ์ วิกิตเศรษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดกิจกรรมและกล่าวถึงความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ในการนี้มีนายจตุรเทพ โควินทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (ชลบุรี) นางศรีสุดา เงินรุ่งเรือง ผู้อำนวยการส่วนบริหารทั่วไป ผู้แทนกองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และเจ้าหน้าที่กรมฯ ตลอดจนหน่วยงานภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายอาสาสมัครนักดำน้ำ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง ณ ท่าเรือแสมสารมารีน่า จังหวัดชลบุรี

จากนั้น รองอธิบดีฯ ได้มอบอุปกรณ์เก็บขยะทะเล ทุ่นลอย และเชือก ให้แก่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (ชลบุรี) และเครือข่ายอาสาสมัครนักดำน้ำ ก่อนปล่อยกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครลงพื้นที่ ซ่อมแซมทุ่นผูกเรือ 3 จุด และ ดำน้ำเก็บขยะบริเวณเกาะจาน เพื่อช่วยลดการทอดสมอเรือบนแนวปะการัง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความเสียหายต่อโครงสร้างปะการัง ลดปริมาณขยะทะเลที่ตกค้างในระบบนิเวศ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการดำน้ำ

โครงการดังกล่าว เป็นการขับเคลื่อนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกับ บริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี โดยมุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการสำรวจและวิจัยสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังในผลิตภัณฑ์กันแดด ควบคู่กับการดำเนินกิจกรรมฟื้นฟูแนวปะการัง การลดขยะทะเล การสนับสนุนงานวิชาการ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

ภายใต้ความร่วมมือ บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดดที่ ปราศจากสารเคมีต้องห้าม 4 ชนิด ได้แก่ ออกซีเบนโซน (Oxybenzone หรือ Benzophenone-3 (BP-3)), ออกทินอกเซต (Octinoxate หรือ Ethylhexyl Methoxycinnamate), 4-เมทิลเบนซิลิดีนการบูร (4-Methylbenzylidene Camphor; 4-MBC) และ บิวทิลพาราเบน (Butylparaben) ซึ่งเป็นสารที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล โดยเฉพาะแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตในทะเล พร้อมทั้งสนับสนุนการประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล สอดคล้องกับมาตรการของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

นอกจากนี้ กรมฯ ยังมอบหมายให้ กองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนแผนงานภายใต้ความร่วมมือ ทั้งด้านการสำรวจและติดตามสถานภาพแนวปะการัง การศึกษาวิจัย การถ่ายทอดองค์ความรู้ การรณรงค์สร้างจิตสำนึก และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ซึ่งแนวปะการัง ถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและอนุบาลสัตว์ทะเลจำนวนมาก ช่วยปกป้องชายฝั่งจากการกัดเซาะ และเป็นฐานสำคัญของการท่องเที่ยวทางทะเลและเศรษฐกิจชายฝั่งของประเทศ การดูแลรักษาแนวปะการังจึงเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล และส่งต่อระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไป
