

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2569 โดยสินในน้ำ✍️….เรื่องของตนผู้เดียวเมื่อเกิดมาก็มาตนผู้เดียว คราวจะตายไป ก็คงไปตนผู้เดียวอีกเหมือนกัน บุคคลและสิ่งทั้งปวง แม้จะเป็นที่รักยิ่งนักก็เกิดขึ้นหรือมาพบกันเข้าในภายหลังและมีอยู่เฉพาะในชีวิตนี้ไม่มีที่จะไปด้วยกันกับตนในภพหน้า สิ่งที่จะไปด้วยคือบุญหรือบาปที่ทำไว้เอง แม้ในชีวิตนี้ก็มิใช่ว่าจะร่วมสุขร่วมทุกข์ไปด้วยกันทุกอย่าง เช่น ถึงคราวเจ็บก็ต้องเจ็บเอง ใครจะมาเจ็บแทนกันหาได้ไม่ ตนเองเท่านั้นต้องร่วมสุขทุกข์กับตนเองตลอดไป ในคราวเกิดแก่ เจ็บ ตาย ในโลกนี้โลกหน้า ในมนุษย์ ในนรก ในสวรรค์ ตลอดถึงนิพพาน ก็เป็นเรื่องของตนเองผู้เดียวทั้งหมด พิจารณาให้ตระหนักในความจริงดังนี้ จะช่วยถอนความผูกใจเป็นทุกข์ออกได้บ้าง ไม่มากก็น้อย….วันนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง และขอให้ใช้วิจารณญาณกันเอาเองนะครับ กับ 5 เมนูที่เสี่ยงเป็นโรคเกาต์โดยไม่รู้ตัว เพราะมีกรดยูริกสูงมาก โดยคุณหมอทรงพล ยืนสุข หรือหมอยีนส์ ได้ออกมาให้ความรู้แบบเข้าใจง่าย ๆ เตือนถึง 5 เมนูใกล้ตัว ที่หลายคนชอบกินกันบ่อย ๆ หรืออาจกินกัน เป็นประจำ โดยไม่รู้ว่า อาจเป็นตัวการสะสมกรดยูริก จนเสี่ยงเป็นโรคเกาต์ได้ หมอยีนส์ยังอธิบายว่า อาหารบางชนิดมีพิวรินสูง ซึ่งเมื่อร่างกายย่อยแล้วจะเปลี่ยนเป็นเป็นกรดยูริก และไปสะสมตามข้อต่าง ๆ จนเกิดอาการปวด บวม และอักเสบในที่สุด โดยเมนูที่ควรระวังมีดังนี้ แต่มิได้ห้ามไม่ให้กิน เพียงแต่อย่ากินบ่อย…. 1. ตำถั่ว – ตำแตง เมนูรสแซบยอดนิยมที่หลายคนมองว่าเฮอตี้ แต่ถั่วมีพิวรินสูงเมื่อกินบ่อย ๆ อาจทำให้กรดยูริกสะสม โดยไม่รู้ตัว 2.ซุปหน่อไม้ – แกงหน่อไม้ เพราะว่าหน่อไม้เป็นยอดอ่อนของไผ่ที่มีพิวรินสูงไม่แพ้กัน ยิ่งกินถี่มันยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกาต์ 3. ไข่เจียวชะอม + น้ำพริกกะปิ ชะอมมีพิวรินสูงอยู่แล้ว ขณะที่น้ำพริกกะปิก็มีทั้งมะเขือพวง และกุ้งแห้ง ซึ่งล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้กรดยูริกพุ่ง และอาการเกาต์กำเริบได้ง่าย 4. คะน้าหมูกรอบ ยอดคะน้ามีพิวรินสูง ส่วนหมูกรอบมีไข่มันที่ไปขัดขวางการขับกรดยูริก ทำให้เกิดการสะสมมากขึ้น 5. ยำวุ้นเส้นผักกะเฉด อีกหนึ่งเมนูสุดแซบที่หลายคนชอบ แต่ผักกะเฉดซึ่งเป็นยอดอ่อน ก็เต็มไปด้วยพอวรินเช่นกัน อย่างไรก็ตาม คุณหมอได้ย้ำชัดว่า ไม่จำเป็นต้องงดทั้งหมด และก็มิได้ห้ามกิน แต่ควรกินในปริมาณที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการกินซ้ำ ๆ ทุกวัน เพราะจากคนที่มีสุขภาพดี อาจค่อยๆ สะสมความเสี่ยง จนกลายเป็นโรคเกาต์ได้แบบไม่รู้ตัว….มีพี่น้องที่ติดตามข่าวของสินในน้ำ สอบถามเรื่องการสร้างสนามบินแห่งที่ 2 ว่าจะมีการสร้างจริงหรือเปล่า ถ้าจำไม่ผิดผมเคยนำเสนอไปแล้วครั้งหนึ่ง กับไทม์ไลน์การสร้างสนามบินล้านนาเชียงใหม่แห่งที่ 2 มีข้อมูลว่า จะเริ่มส้รางในปี 2573 – 2576 โดยสนามบินแห่งใหม่นี้ ตั้งอยู่ที่ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน งบประมาณในการก่อสร้างประมาณราว 70,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสารได้ 24 ล้านคนต่อปี อาคารผู้โดยสารขนาด 156,385 ตารางเมตร ลานจอดรถขนาด 860,000 ตารางเมตร ทางวิ่ง (รันเวย์) ความกว้าง 45 เมตร ความยาว 3,800 เมตร นี่คือเบื้องต้นของข้อมูล ถ้ามีอะไรคืบหน้าแจ้งอีกทีครับ
....สินในน้ำ
