กรมป่าไม้ ลุยต่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าพื้นที่เขาปากเตรียม จังหวัดระนอง ตรวจยึดไม้ท่อนล็อตแรก 438 ท่อน

วันนี้ (9 เมษายน 2569) กรมป่าไม้ โดยหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) ยังคงเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าพื้นที่เขาปากเตรียม ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ล่าสุดนำกำลังเข้าตรวจยึดไม้ท่อนล็อตแรก 438 ท่อน ปริมาตร 461.85 ลูกบาศก์เมตร พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน เข้าแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 สำหรับไม้ท่อนที่ตรวจยึดทั้งหมดจะขนย้ายไปเก็บรักษาไว้บริเวณที่ว่าการอำเภอสุขสำราญ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป”

นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้มอบหมายให้ นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานการแก้ไขปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าพื้นที่เขาปากเตรียม พร้อมด้วย นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำกำลังเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง และเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 (สุราษฎร์ธานี) เข้าตรวจสอบกองไม้ท่อน ในพื้นที่ป่าเขาปากเตรียม หมู่ 2 ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง โดยเจ้าหน้าที่แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด เข้าตรวจสอบวัดขนาด และจัดทำทำบัญชีไม้ท่อนเป้าหมายทั้งหมด 19 จุด ซึ่งจากการตรวจสอบพบเป็นไม้มีค่า ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 จำนวน 36 ชนิด เช่นไม้ตะเคียนทอง ไม้ตะเคียนทราย ไม้แดง ไม้ไข่เขียว ไม้ยาง ไม้นากบุด เป็นต้น รวมทั้งหมดจำนวน 438 ท่อน ปริมาตร 461.85 ลูกบาศก์เมตร สำหรับไม้ท่อนที่ตรวจยึดล็อตแรกทั้งหมด จะถูกขนย้ายไปเก็บรักษาไว้บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสุขสำราญ เพื่อรอเจ้าของมาแสดงเอกสารหลักฐาน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ใช้อากาศยานไร้คนขับ ขึ้นบินสำรวจโดยรอบพื้นที่ พบว่ายังมีไม้ที่ถูกโค่นอีกบางส่วนกระจายอยู่บริเวณยอดเขามากกว่า 100 จุด ซึ่งยังไม่ได้ชักลากลงมา โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับพิกัด เพื่อวางแผนในการตรวจยึดเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่จึงได้บังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด ดำเนินการตรวจยึดไม้ท่อนหวงห้ามทั้งหมด ตามมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานนำไปแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งการปฏิบัติงานเป็นไปตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มอบหมายให้กรมป่าไม้ พิจารณาบังคับใช้กฎหมายและแก้ไขปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ในพื้นที่ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง พร้อมเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายต้องอยู่ภายใต้หลัก ถูกคือถูก ผิดคือผิด โดยให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันต้องพิสูจน์สิทธิให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นอกจากนี้การปฏิบัติงานในระยะที่ 2 เจ้าหน้าที่จะร่วมกันขยายผลตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน โดยจะขอคัดระวางหนังสือรับรองการทำประโยชน์ นส. 3 ก. และสารบบแปลงที่ดินทั้งหมด กับสำนักงานที่ดินจังหวัดระนอง เพื่อใช้ประกอบการ พิจารณาดำเนินการ โดยการดำเนินงานจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นกลุ่ม นส. 3 ก. ที่คณะกรรมการระดับจังหวัดระนอง มีความเห็นให้เพิกถอน กลุ่มที่ 2 เป็น นส. 3 ก. ที่เกิดจากการออกเอกสารสิทธิ์โดยการเดินสำรวจออกโฉนด โดยไม่มีหลักฐานเดิม และกลุ่มสุดท้าย เป็นกลุ่ม นส. 3 ก. ที่อ้างมาจากเอกสารแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (สค. 1) ในส่วนของการสืบสวนขยายผลกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตรวจสอบในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยเจ้าหน้าที่จะยังคงเดินหน้าปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งการปฏิบัติเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้บังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

Related posts