ทส. เปิดยุทธการ “พิทักษ์ป่าพรุควนเนียง” ยึด 48 แปลง 840 ไร่ ลั่นขยายผลเอาผิดถึงเจ้าหน้าที่รัฐหากพบมีส่วนเกี่ยวข้อง

“กรมป่าไม้ เปิดยุทธการพิทักษ์ป่าพรุควนเนียง นำกำลังปูพรมเข้าตรวจยึดพื้นที่เป้าหมาย 48 แปลง เนื้อที่กว่า 840 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งแพร ท้องที่ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา หลังตรวจพบมีการใช้เครื่องจักรหนักเข้าไปเปิดพื้นที่ป่าธรรมชาติปลูกปาล์มน้ำมัน บางส่วนขยายพื้นที่ออกจากที่ดินเอกสารสิทธิ์ ข้อมูลการสืบสวนของชุดการข่าวพยัคฆ์ไพร พบว่ามีกลุ่มทุนเริ่มเข้ามาเปิดพื้นที่จำนวนมากในปี 2568 และพบข้อมูลเชื่อมโยงเจ้าหน้าที่ของรัฐบางหน่วยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เบื้องต้นได้แจ้งความดำเนินคดีทั้งหมดต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรควนเนียง ขณะเดียวกันเตรียมนำเรื่องราวเสนออธิบดีกรมป่าไม้ ให้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีได้รับข้อมูลจากพลเมืองดี อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด”

ภาพถ่ายทางอากาศเปรียบเทียบสภาพพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งแพร ท้องที่ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ระหว่างปี 2567 กับปีปัจจุบัน ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่เป็นป่าสมบูรณ์ มีต้นเสม็ดขาวขึ้นหนาแน่นเป็นป่าพรุผืนใหญ่แห่งเดียวของจังหวัดสงขลา เป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพทั้งทรัพยากรป่าไม้ และที่อยู่ของสัตว์ป่า 3 ปีผ่านไปกลับมีสภาพอย่างที่เห็น พื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถางปลูกปาล์มน้ำมันมากถึง 48 แปลง เนื้อที่กว่า 840 ไร่ เรื่องนี้ทราบถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น จึงได้มอบหมาย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ สั่งการให้นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่บุกรุกทรัพยากรป่าไม้ พร้อมขยายผลให้ถึงที่สุดทั้งขบวนการ หลังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้อง

ปฏิบัติการครั้งนำโดยนายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) และนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำกำลังเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สข.1 (น้ำตกบริพัตร) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สข.2 (นาทวี) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สข.4 (ห้วยลึก) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สข.5 (ควนเขาวัง) ตำรวจกองกำกับการ 6 บก.ปทส. เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ตชด.43 ตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรสงขลา กอ.รมน.จังหวัดสงขลา และฝ่ายปกครองอำเภอควนเนียง เปิดยุทธการพิทักษ์ป่าพรุควนเนียง ปูพรมตรวจยึดพื้นที่เป้าหมาย 48 จุด ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งแพร ท้องที่ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา โดยได้ประสานการปฏิบัติกับสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา สาขารัตภูมิ เพื่อขอคัดถ่ายระวางที่ดิน ในการคัดกรองพื้นที่เป้าหมายที่ปรากฏสภาพป่าเปลี่ยนแปลง และอยู่นอกเขตที่ดินซึ่งมีเอกสารสิทธิทางที่ดิน ตามกฎหมายที่ดิน โดยสามารถกำหนดพื้นที่เป้าหมายได้ 3 โซน ตั้งอยู่ใน ท้องที่หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ตำบลห้วยลึก อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา


ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ชุดการข่าวพยัคฆ์ไพร ได้ลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูล กระทั่งพบว่าทุกแปลงมีลักษณะการบุกรุกที่เหมือนกัน คือมีการใช้เครื่องจักรกลหนักเข้ามาแผ่วถางเปิดพื้นที่ป่าพรุ โค่นต้นเสม็ดที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติจนโล่งเตียน จากนั้นจะขุดร่องน้ำนำดินขึ้นมาถมเป็นคันดิน เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน โดยมีกลุ่มนายทุนทั้งในและนอกพื้นที่เข้ามาดำเนินการ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเขาไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จากการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศปรากฏชัดเจนว่า ห่วงเวลาตั้งแต่ปี 2567 -2568 มีการบุกรุกเปิดพื้นที่ป่าใหม่ ประกอบกับได้รับแจ้งเตือนจากระบบตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ป่าระยะไกลผ่านดาวเทียม พบว่าในเดือนกันยายน 2568 มีการบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าแปลงใหญ่กระจายหลายจุด โดยเฉพาะใจกลางป่าพรุ เดิมเคยเป็นป่าเสม็ดที่สมบูรณ์ เส้นทางเข้าถึงพื้นที่ยากลำบาก ที่สำคัญตลอดระยะเวลา 10-20 ปีที่ผ่านมา ไม่พบร่องรอยการเข้าทำประโยชน์ เจ้าหน้าที่ได้นำอากาศยานไร้คนขับขึ้นบินสำรวจวางแผนปฏิบัติการทางภาคพื้นดิน ซึ่งพบว่าแปลงพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดมีลักษณะการบุกรุก 3 รูปแบบ ทั้งการเปิดพื้นที่ใหม่ทั้งแปลง การขยายพื้นที่จากแปลงที่ทำกินเดิม และมีการขยายพื้นที่เพิ่มเติมออกนอกแปลงที่ดินเอกสารสิทธิ์

เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังปูพรมเข้าตรวจวัดพิกัดรอบพื้นที่ และรวบรวมของมูลในพื้นที่ทั้ง 48 แปลง คำนวณเนื้อที่ได้ 842 -1 -64 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าทุ่งแพร อยู่นอกระวางเอกสารสิทธิ์ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน และอยู่นอกเขตพื้นที่ตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมบันทึกเรื่องราวนำไปแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรควนเนียง เพื่อดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในฐานความผิดตามมาตรา 14 มาตรา 31 มาตรา 26/4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในบานความผิดตามความในมาตรา 54 มาตรา 55 และมาตรา 72 ตรี

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จะนำเรื่องราวทั้งหมดรายงานกรมป่าไม้ เพื่อให้พิจารณาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถึงสาเหตุที่ทำให้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติถูกบุกรุกอย่างหนักในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับได้รับข้อมูลจากพลเมืองดี อาจมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่

Related posts