สคร.1 เชียงใหม่ ยกระดับหน่วยปฏิบัติการ ATCU 8 จังหวัดภาคเหนือ รับมือแผนบังคับใช้กฎหมายใหม่ เพิ่มมาตรการคุมเข้มการขาย-ปรับเป็นพินัย มุ่งลดปัจจัยเสี่ยงบุหรี่และสุรา


วันที่ 17 มีนาคม 2569 แพทย์หญิงเสาวนีย์ วิบุลสันติ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพหน่วยปฏิบัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยาสูบระดับจังหวัด (ATCU) ระดับ Basic เพื่อเตรียมความพร้อมพนักงานเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายฉบับแก้ไขใหม่ มุ่งเป้าสร้างพื้นที่ปลอดภัยในเขตสุขภาพที่ 1
แพทย์หญิงเสาวนีย์ วิบุลสันติ กล่าวว่า ปัจจุบันกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้มีการพัฒนาเพื่อให้เท่าทันสถานการณ์ โดยมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้มีการเพิ่มมาตรการที่สำคัญ อาทิ การควบคุมการขายแก่บุคคลที่มีอาการมึนเมา มาตรการความรับผิดชอบของผู้ขายกรณีเกิดความเสียหายจากการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือบุคคลที่มีอาการมึนเมา รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบโทษบางส่วนให้เป็น “การปรับเป็นพินัย” ซึ่งไม่ถือเป็นความผิดทางอาญาแต่เน้นผลสัมฤทธิ์ในการบังคับใช้กฎหมาย
“สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ กรมควบคุมโรค ในฐานะหน่วยงานวิชาการ ร่วมมือกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่หน่วยปฏิบัติการ ATCU ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ให้มีความเชี่ยวชาญในการเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมาย ทั้งตาม พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ และ พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความมั่นใจและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องตามหลักการใหม่ที่กฎหมายกำหนด” แพทย์หญิงเสาวนีย์ กล่าวเสริม


การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 18 มีนาคม 2569 โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายสำคัญ อาทิ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคเหนือตอนบน กองงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกรมศุลกากร ทอท. เชียงใหม่ ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 75 คน ประกอบด้วยผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สถานีตำรวจภูธร องค์การบริหารส่วนจังหวัด สำนักงานสรรพสามิต สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และฝ่ายปกครอง จากทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย และแม่ฮ่องสอน)
ทั้งนี้ สคร.1 เชียงใหม่ เชื่อมั่นว่าการบูรณาการความร่วมมือและพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ในระดับ Basic นี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนงานนโยบายระดับจังหวัด เพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะการป้องกันนักสูบและนักดื่มหน้าใหม่ และลดผลกระทบทางสังคมที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม.

Related posts