จังหวัดเชียงใหม่ วางมาตรการรับมือไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 “เห็นไว เข้าถึงไว ดับได้ไว” ตั้งเป้าลดจุดความร้อน ร้อยละ 25 จากค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง


วันนี้ (16 ธ.ค. 68) ที่ ห้องประชุมชั้น 5 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายดุสิต พงศาพิพัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และนายชัชวาลย์ ผาสอน นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ ได้ร่วมกันแถลงถึงการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนเข้าสู่ช่วงเกิดภัยห้วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ผ่าน 9 มาตรการสำคัญ ทั้งการเฝ้าระวังการเผาในพื้นที่ป่า และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด, การควบคุมการเผาและนำเศษวัสดุทางการเกษตรไปแปรรูปเพิ่มมูลค่าแทนการเผาอย่างจริงจัง, ติดตามเฝ้าระวังการเผาในพื้นที่ชุมชน, บังคับใช้กฎหมายจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ ทั้งการคมนาคม การขนส่ง โรงงานอุตสาหกรรม และการเผาริมทาง นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดหน่วยบริการดูแลประชาชน ห้องปลอดฝุ่น และสื่อสารให้ประชาชนรับทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ การแจ้งเตือน มาตรการ ข้อกฎหมาย และบทลงโทษ อย่างต่อเนื่อง
.
กรณีหากสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้น หรือ เกินค่ามาตรฐาน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ สั่งการให้นายอำเภอใช้ระบบศูนย์สั่งการแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที โดยปี 2569 เน้นการป้องกันเชิงรุก ตามนโยบาย “เห็นไว เข้าถึงไว ดับได้ไว” ตั้งเป้าลดจุดความร้อน ลดพื้นที่เผาไหม้ ลดจำนวนวันที่ค่าคุณภาพอากาศเกินมาตรฐาน และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจจากหมอกควันไฟป่า ลดร้อยละ 25 จากค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ส่วนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นลำดับแรก ลดการสูญเสียของกำลังพลดับไฟป่า พร้อมเน้นย้ำว่ากำลังสำคัญหลักในการแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นละออง คือ “ประชาชน”
.
สำหรับการแบ่งพื้นที่เฝ้าระวังในปีนี้ เน้นในพื้นที่เสี่ยงตามลำดับการเกิดสถานการณ์ โดยในช่วงแรกจะเป็นพื้นที่ทางโซนใต้ ก่อนจะมาที่อำเภอรอบดอยสุเทพ-ปุย และดอยหลวงเชียงดาว ขณะที่การตรวจวัดคุณภาพอากาศ จะจัดทำแผนที่ในหลายมิติ เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริงรวมถึงจำนวนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่ลงไปในพื้นที่ นอกจากนี้ จะมีการติดตามสภาพอากาศและการทิศทางของลมอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Related posts