“เล่าเรื่อง เมืองล้านนา” 12 พฤศจิกายน 2568

เชียงรายเปิดศึกวอลเลย์บอลยุวชน “เอสโคล่า–Domestic Power” รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 13 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
.
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.00 น. นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการแข่งขันวอลเลย์บอลยุวชน “เอสโคล่า–Domestic Power” รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 13 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ โรงยิมเนเซียม สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีนายวันชัย จงสุทธนามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย, นางรัตนา จงสุทธนามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย, นางชญาณ์นันท์ เชื้อศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน นักกีฬา และสื่อมวลชน เข้าร่วมพิธีเปิดเป็นจำนวนมาก


.
การแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–19 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงยิมเนเซียม สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย และอาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 32 ทีม จาก 24 จังหวัด แบ่งเป็นทีมชาย 16 ทีม และทีมหญิง 16 ทีม รวมมีนักกีฬากว่า 480 คน จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนหันมาสนใจการออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ เสริมสร้างสุขภาพ พลานามัย และคุณธรรมจริยธรรม อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้ก้าวสู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพในอนาคต รวมทั้งเป็นการสนับสนุนนโยบาย “เชียงรายเมืองกีฬา” (Chiang Rai Sports City) เพื่อส่งเสริมทั้งการกีฬา การท่องเที่ยว และการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย


.
นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า กีฬาวอลเลย์บอลถือเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยม สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย อีกทั้งยังส่งผลดีต่อสุขภาพกายและจิตใจ มีการแข่งขันในระดับอาชีพและระดับโลก การแข่งขันครั้งนี้มีทีมจากทั่วประเทศเข้าร่วม 32 ทีม เพื่อชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอให้นักกีฬาทุกทีมแข่งขันอย่างเต็มความสามารถ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการแข่งขันครั้งนี้ เพื่อพัฒนาฝีมือและก้าวสู่นักกีฬาทีมชาติ หรือนักกีฬามืออาชีพในอนาคต

**********************************

พาณิชย์แพร่ !!! ประชุมประจำเดือน เดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติงานปี 2569 เตรียมความพร้อมจัดงาน“มหกรรมของดีจังหวัดแพร่”

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. นายศุภสัณห์ ศิลป์ชูศรี พาณิชย์จังหวัดแพร่ เป็นประธานการประชุมข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่ ครั้งที่ 8/2568 ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมพญาพล ชั้น 3 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่ โดยมีหัวหน้ากลุ่มงานและเจ้าหน้าที่ในสังกัดเข้าร่วมประชุมทั้งแบบ On-site และผ่านระบบ Online (Zoom) อย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนเริ่มการประชุม ที่ประชุมได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 93 วินาที เพื่อถวายความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ การประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมถึงหารือแนวทางเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงาน”มหกรรมของดีจังหวัดแพร่ และงานกาชาด ประจำปี 2568” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–10 ธันวาคม 2568 ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่ เตรียมจัดบูธภายในงานอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิดส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยจะมีการจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด นิทรรศการเผยแพร่ผลงานและบริการขององค์กรมและมุมประชาสัมพันธ์ข้อมูลด้านพาณิชย์และการตลาด เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและสนับสนุนผู้ประกอบการในจังหวัดแพร่ให้เติบโตอย่างมั่นคง การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดแพร่ ในการเดินหน้าขับเคลื่อนแผนปฏิบัติงาน พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดแพร่ให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

*********************

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2568 โดยสินในน้ำ✍️….การดับทุกข์ต้องดับที่ใจ ก็เพราะว่าความทุกข์ เกิดมาจากความคิดชั่ว การรู้เท่าทันความคิดชั่ว คือการดับทุกข์ การที่รู้เท่านั้น ความคิดเป็นสิ่งที่ทำให้ยาก เพราะเหตุนี้ เราจึงต้องฝึก ทุกข์ เป็นสิ่งที่เกิดมาจากเหตุ การแก้ที่เหตุ จึงเป็นมรรควิธีที่ถูกต้อง ทุกข์กาย เราต้องยอมรับความจริงด้วยขันติ ส่วนทุกข์ใจ เราก็แก้ไข ด้วยการพัฒนาปัญญา ความพลัดพราก ไม่ได้ทำให้เราเป็นทุกข์ แต่ ความคิดถึง ต่างหาก ที่ทำให้เราเจ็บปวด ความไม่มี ไม่ได้ทำให้เราเป็นทุกข์ แต่ ความไม่พอต่างหาก ที่จะทำให้เราเหนื่อยหนัก หยุดเติมเชื้อเพลิงในกองไฟ ไฟก็จะดับ หยุดรับใช้กิเลสตัณหา ทุกข์มันก็จะสิ้นไป…..เวลานี้โครงการคนละครึ่งพลัส มีพี่น้องประชาชนไปใช้จ่ายกันอย่างมากมาย ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการแทบไม่ได้หยุด ยิ่งเป็นร้านอาหารคนยิ่งใช้บริการกันเยอะมากแต่ขอแจ้งให้พี่น้องได้ทราบกันนะครับว่าโครงการคนละครึ่งนี้ ใช้ไม่ได้กับสินค้า สุรา ยาสูบ เพราะเวลาที่รัฐบาลเขาแจกเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วย เหลือคนยากจน จะไม่ให้ใช้เงินที่แจกไปซื้อเหล้าหรือบุหรี่ ในภาพรวม เหล้าบุหรี่ เป็นสินค้าที่ทำให้เกิดความสูญเสียต่อสังคม มากกว่าผลดีในด้านเศรษฐกิจ คือไม่ได้สูญเสียแต่คนเสพ แต่ครอบครัว สังคม ประเทศชาติได้รับผลกระทบทางลบด้วย รายได้จากภาษีสินค้าทั้งสองชนิดนี้ จากภาษีที่รัฐได้รับ และกำไรของธุรกิจ ไม่คุ้มกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นแก่สังคม….ความเสียหายจากบุหรี่ หนักไปทางการเจ็บป่วยและเสียชีวิต ยิ่งเวลานี้มีบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาอีก ยิ่งต้องระมัดระวังคอยดูบุตรหลานของท่านให้ดี อย่าให้ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ เวลาที่เจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนเวลา ค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น การขาดรายได้ และการเป็นจุดเริ่มต้นที่นำเด็กและเยาวชน ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและพฤติกรรมเสี่ยง/อบายมุขอื่นๆ ส่วนเหล้า เกิดจากสุขภาพแล้ว คือปัญหาสังคมที่เกิดจากการอุบัติเหตุ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับจราจร ความรุนแรงในครอบครัว การทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายจนถึงเสียชีวิต ทั่วโลกจึงเรียกรายได้จากภาษีเหล้าและบุหรี่ว่า ภาษีบาป เพราะทั้งเหล้าและบุหรี่มีฤทธิ์เสพติด คนที่ติดแล้ว แม้พยายามที่จะเลิก ก็เลิกไม่ได้….ทางธนาคารโลกจึงประกาศตั้งแต่ 30 กว่าปีก่อน ให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ลงทุนทางสุขภาพด้วยการควบคุมสินค้าเหล้าและบุหรี่ ด้วยการขึ้นภาษีและห้ามโฆษณาส่งเสริมการขาย เพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนที่จะเข้าถึง เริ่มเสพจนเกิดการเสพติด โครงการคนละครึ่ง ที่ห้ามใช้กับเหล้าและบุหรี่ เป็นแนวปฏิบัติสากล แต่ทั้งรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติ นอกจากยังไม่ได้แสดงความจริงใจในการควบคุมสินค้าทั้งสองชนิดนี้อย่างจริงจังเท่าที่ควรแล้ว หลายกรณี สิ่งที่ทำยังมีความเสี่ยงสูงมาก ที่จะส่งเสริมให้คนกินเหล้าและสูบบุหรี่มากขึ้น จะด้วยเจตนาหรือไม่ก็ตาม
.…สินในน้ำ

Related posts