วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมจอมกิตติ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการตลาดสินค้าข้าวจังหวัดเชียงราย ปีการผลิต 2568/2569 โดยมีนายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงราย สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อหารือแนวทางส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวของจังหวัดเชียงรายให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มและความมั่นคงทางรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยมุ่งเน้นการวางแผนการผลิตให้เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ พร้อมกำหนดแนวทางบริหารจัดการด้านการตลาดที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและหารือในหลายประเด็นสำคัญ อาทิ สถานการณ์การผลิตและการตลาดข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/2569 การแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในอำเภอพญาเม็งราย โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก โครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี และส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ไร่ละ 1,000 บาท แผนการรวบรวมข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/2569 และการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนเกษตรกรชาวนา เข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 2568/69 เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านราคาข้าวและสร้างสภาพคล่องทางการเงินให้กับเกษตรกร และโครงการสินเชื้อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต2568/69

ด้านพาณิชย์จังหวัดเชียงรายได้กำหนดจัด โครงการตลาดนัดข้าวเปลือกปีการผลิต 2568/69 จังหวัดเชียงราย ใน 2 พื้นที่ ได้แก่ในพื้นที่อำเภอป่าแดดในวันที่ 11-13 พ.ย. 68 เวลา 09.00 น. – 18.00 น. ณ สหกรณ์การเกษตรป่าแดด จำกัด และในพื้นที่ อำเภอแม่สาย ระหว่างวันที่ 18-20 พ.ย. 68 เวลา 09.00 น. – 18.00 น. ณ สหกรณ์การเกษตรแม่สาย จำกัด ( สาขาศรีเมืองชุม ) พร้อมเชิญพี่น้องเกษตรกรชาวนา นำข้าวเปลือกมาจำหน่ายในวันและเวลาดังกล่าว

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายด้านข้าวแบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพการผลิต การบริหารจัดการตลาด ไปจนถึงการสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกร พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มาตรการต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อพี่น้องเกษตรกรในระยะยาวต่อไป
