เล่าเรื่อง เมืองล้านนา 8 ตุลาคม 2568

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหลอดเลือด และหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง โฉมใหม่ มาตรฐานสากล ดูแลผู้ป่วยครบวงจร

รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า การปรับปรุงหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหลอดเลือด และหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง อาคารศรีพัฒน์ เกิดจากความจำเป็นที่หอผู้ป่วยมีการใช้งานมาเป็นเวลานานจนเริ่มทรุดโทรม ทั้งด้านโครงสร้างอาคาร ระบบพื้นฐาน และข้อจำกัดด้านพื้นที่ ไม่เพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คณะฯ จึงได้ดำเนินการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ซึ่งการปรับปรุงหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหลอดเลือด และหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง เป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการ Save Sujinno และอาคารที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย ให้สอดคล้องกับมาตรฐานโรงพยาบาลระดับนานาชาติ

  

รศ.พญ.อรินทยา พรหมมินธิกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหลอดเลือด (CCU) ชั้น 8 อาคารศรีพัฒน์ เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2541 – 2567 รวม 26 ปี ทำให้โครงสร้างเสื่อมสภาพ เนื่องจากเป็นหอผู้ป่วยวิกฤตที่ดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจเฉียบพลัน เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง ส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจำนวนมาก เฉลี่ยปีละ 450-500 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดข้อจำกัดด้านพื้นที่และการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง

นอกจากนี้เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมการขยายบริการ เช่น การดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายหัวใจ การฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจภายในโรงพยาบาลอย่างครบวงจร โดยการปรับปรุงครั้งนี้ ได้ดำเนินการปรับปรุงหอผู้ป่วยทั้งหมด ได้แก่ ด้านโครงสร้างอาคารและระบบพื้นฐาน เช่น ปรับปรุงพื้น ผนัง เพดาน ระบบไฟฟ้า แสงสว่าง รวมถึงระบบปรับอากาศและระบายอากาศให้เหมาะสมตามมาตรฐานการควบคุมการติดเชื้อ ,ปรับปรุงระบบทางการแพทย์ ได้แก่ ระบบก๊าซทางการแพทย์และระบบไฟฟ้าสำรองให้ครอบคลุม ปรับพื้นที่ให้เหมาะสมกับการบริการ ซึ่งรองรับผู้ป่วยได้จำนวน 12 เตียง ตลอดจนจัดหาและปรับปรุงเครื่องมือทางการแพทย์ที่สำคัญ และอุปกรณ์สนับสนุนอื่น ๆ รวมถึงเสริมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัย เช่น ระบบเรียกพยาบาล

ขณะที่ ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช เลขานุการและกรรมการบริหาร ศูนย์โรคสมองภาคเหนือ และผู้ช่วยคณบดีด้านวิจัยและนวัตกรรม คณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่า หอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมอง ชั้น 9 อาคารศรีพัฒน์ เปิดใช้งานมาแล้ว 17 ปี ตั้งแต่ปี 2550-ปัจจุบัน เริ่มรับผู้ป่วยจำนวน 4 เตียง เป็นผู้ป่วยอายุรกรรมโรคหลอดเลือดสมองตีบ ต่อมาเพิ่มเป็น 6 เตียง โดยเปิดรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกร่วมด้วย รับผู้ป่วยได้ประมาณ 300-350 รายต่อปี เพื่อตอบสนองต่อการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดและเฉพาะด้าน จากทีมแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ

คณะแพทยศาสตร์ มช. จึงได้พัฒนาปรับปรุงหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมองและระบบประสาท เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยด้วยกลุ่มโรคดังกล่าวให้ดีขึ้น รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วยให้มากขึ้น
โดยมีเตียงสำหรับรับผู้ป่วยเพิ่มจาก 6 เป็น 12 เตียง มีระยะห่างระหว่างเตียงตามมาตรฐาน เพื่อลดอัตราการติดเชื้อ มีการแบ่งส่วนของผู้ป่วยให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เช่น ห้องน้ำ ไฟฟ้า ปุ่มกดเรียกเจ้าหน้าที่และมีห้อง Neuro monitoring รวมถึงมีห้องแยกสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อดื้อยาอีกด้วย

ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและระบบประสาทอื่น ๆ มีผลลัพธ์การดูแลรักษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการปรับปรุงในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและระบบประสาทให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวทิ้งท้ายว่า “การปรับปรุงหอผู้ป่วยหนักโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง และหอผู้ป่วยวิกฤตโรคหลอดเลือดสมองในครั้งนี้ ได้ปรับปรุงพื้นที่ให้บริการผู้ป่วย รวมทั้งห้องพยาบาลและเจ้าหน้าที่ ให้ได้มาตรฐานโรงพยาบาลระดับสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากร และผู้มารับบริการได้รับการบริการที่รวดเร็วขึ้น ลดการรอคอยเตียง และมีโอกาสรอดชีวิตจากภาวะหัวใจและหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นอีกด้วย อีกทั้งญาติและผู้ดูแลยังได้รับความสะดวกสบายทั้งด้านสภาพแวดล้อม การให้บริการ และระบบดูแลความปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการเป็น “โรงเรียนแพทย์ในดวงใจ เพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาวะ ด้วยนวัตกรรม” 

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2568 โดยสินในน้ำ✍️….บางสิ่งบางอย่างเราแค่มองดูเฉยๆ ก็พอ ไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์ให้เป็นเวรเป็นกรรม เพราะคำพูดบางคำ แค่ฟังเฉยๆ ก็พอ ไม่จำเป็นต้องเก็บเอามาใส่ใจ ให้เป็นทุกข์ เรื่องราวบางเรื่อง แค่รับรู้เฉยๆ ก็พอ ไม่จำเป็นต้องแบกรับจับยึด ให้กลุ้มกังวลกับคนบางคน แค่พยักหน้าให้ก็พอ ไม่จำเป็นต้องไปเสวนาพูดคุยให้มากความ เราไม่ได้ทุกข์เพราะสถานการณ์ภายนอก แต่ทุกข์เพราะสิ่งที่เราเก็บเอามาไว้ภายในใจ อย่าเอาขยะจากภายนอก มาสุมทับในใจตน จงรักษาพื้นที่ภายในจิตใจของตัวเราเองให้ดี….คนเราพอถึงวัยมันก็คิดได้เอง ก่อนนั้นเราเคยคิดว่า อยากเป็นคนรวยมีเงินมีทองเยอะๆ แต่เดี๋ยวนี้ ขอแค่เรามีเงินใช้ตามสมควร ไม่มีหนี้สินก็พอแล้ว แต่ละเดือนไม่มีใครมาทวงหนี้เรา แค่นี้เราก็เป็นสุข เคยอยากมีต่ำ แหน่งที่มันใหญ่โต มาเดี๋ยวนี้แค่มีอะไรให้ทำไม่เบื่อก็เพียงพอแล้ว เคยอยากกินอาหารที่หรูๆอร่อยๆ มาเดี๋ยวนี้ขอแค่มีกินให้มันอิ่มท้องก็พอแล้ว เคยอยากที่จะเอาชนะใครๆ พออายุมากแล้ว แค่ทำอะ ไรให้มันสำเร็จตามที่เราตั้งใจก็พอแล้ว เคยอยากมีสิ่งที่อวดคนอื่น แต่มาเดี๋ยวนี้ แค่ผ่านไปแต่ละวันอย่างสงบ ตื่นมาตอนเช้ามีลมหายใจก็เพียงพอแล้ว เคยอยากมีบ้านใหญ่ๆ สวยๆ มาเวลานี้แค่มีที่พักเล็ก ไม่ต้องผ่อน ไม่ต้องเช่าก็พอแล้ว แต่ก่อนเคยคิดอยากที่จะไปท่องเที่ยวในต่างประเทศที่มันไกลๆ แต่เดี๋ยวนี้ขอมีแรงไปเที่ยวในเมืองไทยมันก็สูขพอแล้ว….เคยอยากให้ผู้คนชื่นชม นับหน้าถือตา เพื่อที่จะได้เป็นผู้ที่มีบารมี แต่เดี๋ยวนี้ ขอแค่เราไปไหนมาไหนมีคนเขาจำเราได้ มันก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตอะไร เคยอยากมีฝันที่สวยหรู ดูดีมีอนาคต แต่เดี๋ยวนี้ แค่ตื่นขึ้นมาในทุกๆ เช้า พร้อมกับลมหายใจที่ปกติก็เพียงพอแล้ว อนาคตไม่อยากฝัน เอาปัจจุบันให้มันรอดก็พอแล้ว เคยคิดอยากมีลูกน้องไว้ใช้งาน แต่เดี๋ยวนี้ แค่มีอวัยวะครบและยังใช้งานได้ตามปกติก็พอแล้ว เคยอยากมีรถยนต์ใหม่ๆ ที่มีสมรรถนะสูงๆ แต่เดี๋ยวนี้ แค่เดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกกับรถอีแก่คันเดิมๆ แม้ว่ามันจะถึงช้า แต่มันก็ปลอดภัยแค่นี่ก็พอแล้ว เคยอยากมีที่ดินแปลงใหญ่ๆ แต่เดี๋ยวนี้ ขอแค่มีที่ปลูกบ้านซุกหัวนอนไม่เป็นหนี้เป็นสินใคร แม้บ้านจะหลังเล็กๆแต่มันก็สุขใจแค่นี้ก็พอแล้ว คนเราเมื่อชีวิตได้เดินทางมาถึงยังจุดๆ หนึ่ง ก็ไม่รู้ว่าจะอยากกดดันตัวเองไปทำไม อายุมากแล้วมันเป็นตามความอยากไปเพื่ออะไร เอาแค่อยู่อย่างไม่มีปัญหา มีสุขภาพที่แข็งแรง มีเงินใช้ตามสมควร ไม่เจ็บ ไม่ไข้ ไม่เป็นผู้ติดเตียง แค่นี้มันก็แสนที่จะสุขเพียงพอแล้ว….งานประเพณีเดือนยี่ป็งประจำปี 2568 ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤศจิกายน 2568 ปีนี้ถือว่าทางเทศบาลนครเชียง ใหม่ได้จัดให้มีกิจกรรมที่ดีๆ มากมายโดยเฉพาะกิจกรรมการประกวดกระทงใหญ่ชิงถ้วยพระราชทานฯ การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา และกิจกรรมต่างๆ ที่ล้วนแต่ยิ่งใหญ่อลังการณ์งานสร้าง
….สินในน้ำ

Related posts