
นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์น้ำ สั่งเจ้าหน้าที่ ทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมรับสถานการณ์รับอุทกภัย
*****************************

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ทุกภาคส่วน พ่อค้า ประชาชน ที่ให้ความร่วมมือเป็น อย่างดี ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งอำลา ไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย
********************************

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2568 โดยสินในน้ำ✍️….เรือไม่ได้จมเพราะอยู่ในน้ำ แต่เรือจมเพราะน้ำอยู่ในเรือ ตาและหูคือรูรั่วของชีวิต ที่จะทำให้ปัญหาเข้ามาสู่จิตใจ จงเอาสติมาอุดรูรั่วที่หู ฟังเฉพาะที่จำเป็น จงเอาสติมาอุดรูรั่วที่ตา ดูเท่าที่ไม่ทำให้ทุกข์จงอย่าให้ภาพและเสียงภายนอก อยู่เหนือสติ ปัญหาภายนอกจะเข้ามาสู่ใจไม่ได้ถ้ามีสติหากเอาภาพที่เห็นมาคิดมาก เราก็จะทุกข์ร้อน หากเอาเสียงที่ได้ยินมาปรุงแต่ง เราก็จะกลุ้มใจ คิดแค่เรื่องของตัวเองก็พอ อย่าไปคิดแทนคนอื่น คิดแค่เรื่องที่มีเหตุผล อย่าหวังผลดลบันดาล คือแค่เรื่องที่ควบคุมได้ ถ้าคุมไม่ได้ก็ให้ปล่อยวาง….จังหวัดเชียงรายเตรียมขยายสนามบินแม่ฟ้าหลวง รับผู้โดยสารอีกเท่าตัว โดยได้บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ 6 บริษัท ที่ทาง ทอท.ได้ว่าจ้างให้ดำเนินงานสำรวจและออกแบบโครงการพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงรายระยะที่ 1 ซึ่งประกอบด้วย 3 กลุ่มงานคืองานเขตการบิน งานอาคารผู้โดยสาร งานอาคารและระบบสนับสนุนท่าอากาศยานเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจากปีละ 3 ล้านคนในปัจจุบัน เป็นปีละ 6 ล้านคนในอนาคตอันใกล้ โดยจะให้สนามบินเชียงรายเป็น smart airport สนับสนุนการขยายตัวของเมือง โดย เฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจโดยรอบท่าอากาศยาน ตลอดจนสนับสนุนจังหวัดเชียงรายให้เป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมขนส่งและท่องเที่ยวของภูมิภาค….ป๋าไก่ สวัสดี ทาใจ ฝากแจ้งไปยังคณะศรัทธาที่จะร่วมเดินทางไปทอดผ้าป่าสามัคคีการกุศลข้ามประเทศ ที่มีซองผ้าป่าใหญ่ที่สุดในโลก โดยจะทำ การทอด ณ วัดพระเจ้าทองทิพย์ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศ สปป.ลาว ในวันที่ 28 กันยายน 2568 ที่จะถึงนี้ กำหนดการดังนี้ วันที่ 28 กันยายน 2568 เวลา 08.00 น. คณะผ้าป่าแต่ละสายมารวมตัวกันยังจุดนัดพบที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เพื่อทำใบผ่านแดนชั่วคราว จ่ายค่าทำใบผ่านคนละ 35 บาท (ใช้บัตรประชาชนตัวจริง) ผ่านการตรวจจุด ตม.ไทย บริเวณตรงข้าม สถานีตำรวจ สภ.เชียงแสน ใกล้สามแยกไฟเขียวไฟแดง….จากนั้นเราจะนั้งเรือข้ามฟากไปยังผัง สปป.ลาว ค่านั้งเรือคนละ 50 บาท (ให้แจ้งด้วยว่าไปทอดผ้าป่า ไทย-ลาว) เมื่อถึงผั่งลาวให้ทุกท่านนำใบผ่านแดนชั่วคราวจากไทยไปประทับตราที่ ตม.ลาว (สำหรับค่าเหยียบแผ่นดินลาวทางวัดกำลังอยู่ในขั้นเจรจาว่าจะได้รับการยกเว้นหรือไม่ ส่วนคนที่อายุ 60 ปี ขึ้นไป ไม่ต้องเสียค่าเหยียบแผ่นดิน) ที่ใกล้ด่าน ตม.ลาว จะมีคณะกรรมการวัดคอยให้การต้อนรับ โดยจะมีป้ายเป็นภาษาไทย ให้การต้อนรับคณะผ้าป่าทุกท่าน และจะมีรถไปส่งที่วัด หรือ ไม่มีค่าใช้จ่าย จากนั้นคณะผ้าป่าแต่ละสาย นำเงินที่ได้จากการทำบุญรวบรวมใส่ไม้ผ้าป่า เพื่อนำไปปักยังต้นผ้าป่า ซึ่งทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ เวลา 11.30 น. ทางวัดเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน (ข้าวซอยลาว) จากนั้นเวลา 13.29 น. เริ่มตั้งต้นแห่ขบวนผ้าป่าจากหน้าวัดมาถึงศาลาพระเจ้าตนหลวง (พระที่ขุดเจอริมน้ำโขงได้ฝั่งลาว) ระยะทางประมาณ 300 เมตร จะมีคณะศรัทธาร่วมขบวนแห่ด้วย โดยมีช่างฟ้อนจากชยเผ่า 6 ชาติพันธ์ของลาวมาฟ้อนให้การต้อนรับคณะผ้าป่า จากนั้นเริ่มพิธีมอดผ้าป่าจนเสร็จพิธี (พักผ่อนตามอัธยาศัย) เสร็จพิธีแล้วจะมีรถของวัดทยอยส่งไปยังท่าเรือลาว ก่อนลงเรือให้นำใบผ่านแดนชั่วคราว ไปประทับตราที่ ตม.ลาว ก่อนออกประเทศ (อย่าลืมเด็ดขาด) จากนั้นลงเรือข้ามฟากกลับมายังประเทศไทย เมื่อถึงฝั่งไทยให้นำใบผ่านแดนชั่วคราวมาประทับตราเข้าไทยที่ด่าน ตม.ไทย เสร็จแล้วแยกย้ายกับกลับตามอัธยาศัยโดยสวัสดิภาพ
…...สินในน้ำ
