
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตรวจเยี่ยมตำรวจเชียงใหม่ เน้นเข้มปราบยาเสพติด อาชญากรรม
*********************

กลุ่มป่าแดดก้าวหน้า ส่งลูกทีมลงเลือกซ่อม สมาชิกสภาได้เบอร์ 1
************************

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2568 โดยสินในน้ำ✍️….คนเราจะเปลี่ยนสิ่งใดมันก็ ไร้ค่า ถ้าไม่เปลี่ยนที่ใจ อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ของคนเราทุกคน ก็คือควบคุมจิตใจตัวเองไม่ได้ เราก็เลยกลายเป็นคนที่ทำตามกิเลสซ้ำๆ และเราก็ทุกข์ซ้ำๆ ไม่เคยเปลี่ยน จะเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเบอร์โทร แต่ ถ้าไม่เปลี่ยนนิสัย ชีวิตก็ไม่สงบ เปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนการงาน แต่ถ้าไม่เปลี่ยนสันดาน ชีวิตก็ไม่มีทางเจริญ เปลี่ยนครู แต่ถ้าไม่ใส่ใจเรียนรู้ เปลี่ยนกี่ครู ก็ไม่ทำให้ฉลาดขึ้น เปลี่ยนงาน แต่ถ้าขาดความรับผิดชอบ เปลี่ยนกี่งาน ก็ไม่ทำให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า ถึงแม้จะเปลี่ยนโลกได้ แต่ถ้าเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ก็ไร้ความหมาย เปลี่ยนสิ่งใดก็ไร้ค่า ถ้าไม่เปลี่ยนใจให้มีธรรม ชีวิตที่เลวร้ายจะกลายเป็นดีถ้าเรามีศีลธรรม.…ต้องขอตีมือให้จริงๆ อาทิตยที่ผ่านมา ตำรวจภูธรภาค 5 นำโดย พล.ต.ต. ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยชุดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ได้เข้าตรวจค้นบ้านหรูในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลห้วยทราย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ตามหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่ บ้านหลังดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มชาวจีน 18 คน เปิดเป็นคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงลูกค้าชาวจีนผ่านแอปพลิเคชันและเพจออนไลน์หลายแพลตฟอร์มซึ่งภายในบ้านพบกำลังนั่งทำงานผ่าน คอมพิวเตอร์และโทรศัพย์มือถือ ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจู่โจมตรวจค้น ผู้ต้องหาทั้งหมดพยาบามหลบหนี บางรายกระโดดลงมาจากชั้น 2 ของบ้านที่มีความสูงกว่า 8 เมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวน 8 คน หนึ่งในนั้นขาหัก ส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการหกล้มและบาดแผลถลอก....จากการตรวจค้นพบเครื่องคอมพิวเตอร์กว่า 20 เครื่องโทรศัพย์มือถือมากกว่า 100 เครื่อง ซิมการ์ดประเทศจีน ซึ่งถูกใช้ในการติดต่อกับเหยื่อชาวจีนกว่า10 ราย พล.ต.ต. ธวัชชัย เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นชาวจีน เดินทางเข้าประเทศไทยและเช่าบ้านหลังนี้มาแล้วประมาณ 3 เดือน โดยมีหัวหน้าชาวจีนเป็นผู้จัดการเช่าให้กลุ่มลูกน้องที่ทำงานภายในบ้าน พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้คือทำงานตลอด 24 ชั่วโมง กินอยู่กลับนอนภายในบ้านหรูแห่งนี้ทั้งหมด เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาได้รับค่าจ่าง หัวละประมาณ 10,000 ถึง 20,000 หยวน หรือราว 50,000 ถึง 100,000 บาทต่อเดือน โดยภารกิจหลักคือการหลอกชาวจีนในรูปแบบต่างๆ ทั้งการหลอกขายสินค้าออนไลน์ หลอกให้โอนเงินเพื่อแก้ปัญหาสายการบิน ปัญหาธนาคารรวมถึงการข่มขู่เรียกเงินในลักษณะของแก๊งคอลเซ็นเตอร์…เวลานี้เจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างขยายผลไปยังผู้ว่าจ้างตัวเจริง รวมถึงตรวจสอบเครือข่ายที่อาจโยงใยข้ามชาติ ซึ่งคาดว่าจะมีความเชื่อมโยงกับขบวนการอาชญากรรมทางไซเบอร์รายใหญ่จากต่างประเทศด้วย จึงขอชมเชยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมของสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ชึงขอแจ้งไปยังกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้ ถึงยังไงก็ไม่พ้นการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปได้
.…สินในน้ำ
