
องคมนตรี เปิดงานการนำคู่มือการบริหารจัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเชิงพื้นที่ ด้วยกระบวนการ One Plan ที่ จังหวัดเชียงใหม่
******************

พาณิชย์แพร่ !! เข้าร่วมการสัมมนาการพัฒนาชนบทของประเทศไทย ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00 – 17.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ณ มณฑลเจียงซี) นายศุภสัณห์ ศิลป์ชูศรี พาณิชย์จังหวัดแพร่ และนางสาวพิชญา จีปน นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ ร่วมศึกษาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่าง ไทย-จีน เนื่องในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 50 ปี ศึกษาระบบการอนุรักษ์หมู่บ้านโบราณ ระบบการดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างรายได้ให้กลับมาพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ณ “หมู่บ้านหวงหลิง” ตำบลเจียงหวาน อำเภออู๋หยวน จังหวัดเจียงซี ได้รับเลือกเป็นหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยวที่ดีที่สุด (Best Tourism Village) โดยองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Tourism Organization) ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับ 4A ของประเทศจีน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีการฟื้นฟูอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมประจำท้องถิ่นขึ้นมาอีกครั้ง เช่น การหมักเครื่องดื่ม การสกัดน้ำมัน และหัตถกรรมสานไม้ไผ่ โดยเฉพาะ Shaiqiu (ไช้ชิว) โดย ไช้ แปลว่า ตากแห้ง และ ชิว แปลว่า ฤดูใบไม้ร่วง ใช้ชิว จึงหมายถึงประเพณีการตากแห้งพืชผลในฤดูใบไม้ร่วง ทั้งข้าวโพด พริกแดง ผิวฟักทอง ฯลฯ

โดยจะตากไว้บนหลังคาบ้านเพื่อถนอมอาหารให้ความชื้นลดลง จะได้เก็บไว้ได้นานขึ้น และ ณ “หมู่บ้านหลี่เคิง” ตำบลชิวโขว่ อำเภออู๋หยวน เดิมเรียกว่า “ลี่เทียน” ในสมัยโบราณ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ (ค.ศ. 1010) มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบพันปี อาคารโบราณสไตล์ฮุยที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีและทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม หมู่บ้าน Likeng จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหมู่บ้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประจำจังหวัดเจียงซีในปี 2003 หมู่บ้าน Likeng ถูกรวมอยู่ในกลุ่มหมู่บ้านดั้งเดิมของจีนชุดที่สองในปี 2013 หมู่บ้านแห่งนี้โอบล้อมด้วยภูเขาทุกด้าน มีอาคารโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี และมีรูปแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ลำธารสองสายนอกหมู่บ้านไหลมาบรรจบกันเป็นลำธารเล็กๆ ภายในหมู่บ้าน มีบ้านเรือนแบบฮุยตั้งอยู่สองฝั่งของลำธาร มีสะพานหินโค้งและสะพานไม้ที่มีเอกลักษณ์อัตลักษณ์

การสัมมนาฯ ดังกล่าว จัดโดยศูนย์บริการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ กระทรวงเกษตรและกิจการชนบท โดยมีกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นหน่วยงานสนันสนุน ระหว่างวันที่ 9 – 22 กรกฎาคม 2568 ณ กรุงปักกิ่ง และมณฑลเจียงซี สาธารณรัฐประชาชนจีน
******************

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันเสาร์ที่ 19 กรกฏาคม 2568 โดยสินในน้ำ✍️….เมื่อพระภิกษุสลัดจีวรออกจากกาย ก็คือคนธรรมดาคนหนึ่ง เมื่อฆราวาสถอดหัวโขนยศต่ำแหน่ง หรือว่าเกษียนอายุ ก็คือคนทั่วๆ ไป ที่ไม่ได้แตกต่างกัน เมื่อเราแต่ละคนลอกเปลือกออกจากชีวิต เราจะรู้ซึ่ง ถึงคำว่า เพื่อร่วมทุกข์ เมื่อเหลือแต่โครงกระดูกแยกออกไหมว่าใครหล่อ ใครสวย ใครรวย ใครจน ใครโง่ ใครฉลาด ใครดี ใครเลว แยกออกมัยใครมียศมีต่ำแหน่งอะไร แยกออกมัยใครเจ้านาย ใครลูกน้อง….เมื่อเราพิจารณาตามที่พระพุทธเจ้าสอน สลัดละความมีความเป็นออกไปให้หมด เราก็จะกลับสู่ความเป็นธรรมชาติที่แท้จริง เมื่อถอดหน้ากาก ถอดหัวโขนออกจากจิตใจเราต่างก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ด้วยกัน ทั้งนั้น เกลียดกันแทบตายสุดท้ายมันก็แค่โครงกระดูกจะห่ำหั่นกันสุขแค่ไหนสุดท้ายก็มีทุกข์เหมือน เหมือนกัน แข่งขันกันแทบตาย สุดท้ายมันก็เป็นแค่สิ่งสมมุติ วันหนึ่งเราก็ต้องล้มหายตายจากกันไป ชีวิตมันก็แค่นี่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทุกคน เราต่างก็เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือการปล่อยวางนั้นแหละคือความสุขที่แท้จริง….จังหวัดเชียงใหม่ได้มีการประชุมเตรียมความ พร้อมป้องกันอุทกภัยในเขตเมือง สถานที่สำคัญและการจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วม เพื่อติดตามสถานการณ์ สภาพอากาศและการคาดการ์แนวโน้ม สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ การดำเนินงานการป้องกันและการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในเขตเมืองเชียงใหม่ จำนวน 13 จุดเสี่ยง และการดำเนินการแก้ไขปัญหาลดผลกระทบอุทกภัยด้านการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ สำหรับสภาพอากาศและการคาดการณ์แนวโน้มพบว่า ในครึ่งหลังของเดือนกรกฏาคมนี้จะมีฝนตกชุกมากขึ้น จากอิทธิพลของร่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมมีกำลังแรงเป็นระยะๆ และอาจจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ หรือเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณตอนบนของภาคเหนือได้ โดยในวันที่ 22 – 24 กรกฏาคม 2568 นี้ จะมีฝนตกหนัก ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำมากขึ้น….สำหรับจุดที่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้วมี 8 จุดประกอบด้วย พื้นที่บริเวณถนนห้วยแก้ว ดำเนินการโดย เจาะช่องแบริเออร์และเฝ้าระวังเตรียมกระสอบ ทรายไว้รับสถานการณ์พร้อมทั้งเตรียมเครื่องสูบน้ำเพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ พื้นที่บริเวณช่างเคียน ได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำระบบไฟฟ้าไว้รับสถานการณ์จำนวน 3 เครื่อง เพื่อที่บริเวณหลังโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ได้ดำเนินการเจาะช่องแบริเออร์จำนวน 6 ช่องแล้ว เพื่อให้มีการระบายน้ำลดลงสู่คลองชลประทานได้สะดวกขึ้น พื้นที่สี่แยกตลาดต้นพยอม ได้ดำเนินการโดยปรับผิวถนนให้มีความสูงเพิ่มขึ้น 10 ซม..และเจาะช่องแบริเออร์เพื่อระบายน้ำเปิดคัตเตอร์ (ตะแกง)เพื่อให้น้ำไหลลงคลองชลประทานหากมีน้ำหลากในปริมาณมาก นี่คือการแก้ปัญหาเรื่องของอุทกภัยที่มันจะเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งยังมีอีกหลายจุดที่ต้องแก้ปัญหา
.…สินในน้ำ
