“เล่าเรื่อง เมืองล้านนา” 13 พฤษภาคม 2568

กิจกรรม ส่งเสริมพระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชา ภาคเหนือตอนบน

****************

จ๊อบแจ๊บลม ได้ทั้งวัน #น้องเอวา #พี่ลูน่า ที่ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

***********************

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2568 โดยสินในน้ำ✍️….และแล้วการเลือกตั้งการเมืองในระดับท้องถิ่นก็ผ่านไปแล้ว ใครได้ ใครเสียน่าจะรู้กันแล้ว ที่นครเชียงใหม่การเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นการแข่งขันกันของสองพรรคใหญ่ระ หว่างพรรคสีส้ม กับพรรคสีแดง ก่อนเลือกตั้งทั้งสองพรรคได้ระดมบุคลสำคัญในพรรคมาปราศรัย เพื่อขอคะแนนจากพี่น้องในเมืองเชียงใหม่ ผลปรากฏว่ามนต์ขลังของ ดร.ทักษิน ชินวัตร ในเมือง เชียงใหม่ยังไม่จืดจาง ชนะพรรคสีส้มไปเรียบร้อยโรงเรียนชินวัตร ได้คนเดิม เข้ามานั้งเก้าอี้ตัวเดิมอีกหนึ่งสมัย ส่วนพรรคสีส้มก็แพ้ไปตามระเบียบ….มาที่ กลุ่มเพื่อเชียงใหม่ ของน้อง หยก ปนันรัตน์ วิริยะกุลศานต์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีเบอร์ 1 และสมาชิกของกลุ่ม ที่สมัครในนามอิสระไม่มีพรรค การเมืองมาหนุน เข้ามาสู้ศึกคราวนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดเพราะว่า กลุ่มเพื่อเชียงใหม่ เข้ามาอยู่ตรงกลางของการเปิดศึกสองพรรคใหญ่ระหว่างสีส้ม กับสีแดง ซึ่งทั้งสองพรรคต่างก็แพ้กันไม่ได้ แต่กลุ่มของน้องหยก ปนันรัตน์ เข้ามาอยู่ตรงกลางแล้วยังมากันอย่างอิสระ แล้วน้อง หยก ปนันรัตน์ ได้คะแนนมากว่า 1 หมื่นคะแนน ต้องถือว่าไม่ธรรมดา เพราะ กลุ่มเพื่อเชียงใหม่ ไม่มีพรรคหนุนกลุ่มเพื่อเชียงใหม่เข้ามาเป็นกลุ่มใหม่แม้ว่าจะมีความตั้งใจเกินร้อยแต่คำว่าพรรคใหญ่ สองพรรคเข้าสู้กัน เพื่อชิงการเป็นหนึ่งในเมืองเชียงใหม่ แล้วเราได้คะแนนมาถึงหมื่นกว่าคะแนนก็ ต้องถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว.…นี่ถ้าไม่มีการแข่งขันของสองพรรคใหญ่แล้วมีการลงแบบอิสระ เหมือนกัน ผมว่า น้องหยก ปนันรัตน์ เธอได้นั้งเก้าอี้นายกสมใจแน่นอน แต่นี่เขาเอาคนระดับบิ๊กๆของแต่ละพรรคมาขึ้นเวทีปราศรัย และอย่าลืมว่า เชียงใหม่ชื่อของทักษิน ยังมีมนต์ขลัง ถ้าพูดตามประสาชาวบ้านเขาว่า ชื่อทักษิน ยังขายได้ เพราะฉะนัน หยกปนันรัตน ไม่ต้องเสียใจ ต้องดีใจที่มาลงเล่นการเมืองท้องถิ่นเป็นครั้งแรกแล้วได้คะแนนเสียงไปกว่าหมื่นคะแนน ถือว่าไม่ธรรมดา ถ้า เทียบกับพรรคใหญ่ทั้งสองพรรค ประสบการณ์เขาย่อมมากกว่าเรา ต่อจากนี้น้องหยก ปนันรัตน์ ที่ จะทำคือ ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่เลือก กลุ่มเพื่อเชียงใหม่ การแข่งขันย่อมมีแพ้ มีชนะเป็นของ ธรรมดา แต่ หยก ปนันรัตน์ ยังมีเวลาอีกยาวไกล ถ้าคิดจะเล่นการเมืองอย่าท้อ อายุเรายังน้อยยังเหลือเวลาอีกเยอะ….มาที่การเมืองท้องถิ่นของ ตำบลป่าแดด ผลปรากฏว่า กลุ่มป่าแดดก้าวหน้า ที่นำโดย ดร.รุ่งปรีชา ปั๋นแก้ว พี่น้องในพื้นที่ได้เทคะแนนให้อย่างท่วมท้นชนะขาดกระจุย ยังไม่พอ ดร.รุ่งปรีชา ยังหอบเอาสมาชิกของกลุ่มป่าแดดก้าวหน้าเข้าสภาไปแบบยกทีมทั้งสองเขต อันนี้ถือว่าสุดยอดจริงๆ โดยพี่น้องชาวบ้านในตำบลป่าแดดต่างพูดว่า ที่ผ่านมา 3 สมัย ที่ ดร.รุ่งปรีชา และกลุ่มป่าแดดก้าวหน้าได้บริหารได้สร้างอะไรหลายอย่างให้กับตำบลป่าแดดชนิดที่จับต้องได้ ที่สำคัญ ดร. รุ่งปรีชา และกลุ่มป่าแดดก้าวหน้า ได้บริหารมาอย่างโปร่ใสไร้ทุจริต พี่น้องในตำบลป่าแดด จึงเทคะแนนให้อย่างถล่มถลาย เพื่อที่จะให้ ดร.รุ่งปรีชา ปั๋นแก้ว ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลป่าแดด (อีกสมัย) และว่าที่สมาชิกสภาเทศบาลตำบลป่าแดด กลุ่มป่าแดดก้าวหน้า เข้ามาทำงานเพื่อสานต่อและมอบสิ่งดีๆให้แก่พี่น้องในตำบลป่าแดด จากหัวใจของลูกชายที่ชื่อ ดร.รุ่งปรีชา ปั๋นแก้ว
.…สินในน้ำ

Related posts