
เชียงใหม่ เปิดอบรมการใช้งานแอปพลิเคชันการบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล และแอปพลิเคชันรายงานสถานการณ์ฝุ่นควัน PM2.5
*******************

เชียงใหม่เตรียมรับนักวิ่งจาก 61 ประเทศทั่วโลก ในการแข่งขันวิ่ง MUANG THAI CHIANG MAI MARATHON 2024 ในวันที่ 22 ธันวาคม นี้
*****************

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2567 โดยสินในน้ำ✍️….จังหวัดเชียงใหม่ไม่รอเวลา เตรียมเปิดศูนย์บัญชาการรับไฟป่าหมอกควันและฝุนขนาดเล็ก PM 2.5คือจะต้องมีการเตรียมตัวพร้อมกับเน้นย้ำว่า ทุกหมู่บ้านจะต้องจัดให้มีการประชาคม สร้างความเข้าใจร่วม กับพี่น้องชาวบ้านก่อน เพื่อแก้ปัญหาชาวบ้านไม่รู้โดยมีรองแม่ทัพภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง เป็นการประชุมเพื่อเตรียมการซักซ้อมก่อนจะมีการเปิดประชุมคณะกรรมการชุดใหม่ เพื่อที่จะเปิดศูนย์บัญชาการฯในวันที่ 16 ธันวาคมที่จะถึงนี้…. สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2568 นี้ จังหวัดเชียงใหม่ตั้งเป้าที่จะลดจำนวนจุดฮอตสปอร์ต จำนวนพื้นเผาไหม้ จำนวนวันที่ ค่าคุณภาพอากาศเกิดมาตรฐาน และจำนวนผู้ป่วย COPD ให้ได้มากที่สุดโดยใช้ค่าเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง มาเป็นตัวชี้วัดของการดำเนินงานในปี 2568 คือจำนวนการเกิดฮอตสปอร์ตจากปีนี้ 10,804 จุด จะต้องลดลง 25 เปอร์เซ็นต์ คือ 8,103 จุด พื้นที่เผาไหม้จาก 883,556 ไร่ จะต้องลดลง 25 เปอร์เซ็นต์ คือ 662,667 ไร่ จำนวนวันที่ค่าคุณภาพอากาศเกินมาตรฐานจาก 89 วัน จะต้องลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ คือ 71 วัน และจำนวนผู้ป่วย COPD จาก 22,086 ครั้งจะต้องลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ คือ 17,668 ครั้ง….ขณะเดียวกันจังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดเขตการบริหารจัด การเชื้อเพลิงและเขตควบคุมการเผาทั้งจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 15 พฤษภาคม 2568 ซึ่งพื้นที่ไหนที่มีความจำเป็นต้องเผาจะต้องลงทะเบียนขออนุญาตผ่านแอพพลิเคชัน Fir eD ก่อน โดยได้มีการเน้นย้ำให้อำเภอทุกอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะต้องทำประชาคมสร้างความเข้าใจร่วมกับชาวบ้านก่อน เพื่อให้ประชาชนร่วมกันแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์สภาพที่มีปัญหา และความต้องการเผาในพื้นที่ เป็นการแก้ปัญหาที่ว่า ชาวบ้านไม่รู้ พร้อมส่งข้อมูลมาให้จังหวัดโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะทำให้จังหวัดมีจำนวนตัวเลขพื้นที่ที่มีความต้องการเผาอย่างชัดเจน และจะได้จัดทำแผนการบริหารจัดการเผาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามสถานการณ์ และมีประสิทธิภาพ….ทางด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ระบุว่า ปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ถ้าไม่มีการเผาก็จะไม่มีไฟ ไม่มีควัน ไม่มีฝุ่น ซึ่งการแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยากและท้าทายมากสำหรับเจ้าหน้าผู้ปฏิบัติงานทุกคน และเป็นภารกิจของทุกหน่วยงานที่จะต้องบูรณาการความร่วมมือช่วยกัน ตลอดจนพี่น้องประชาชน ที่ผ่านมาจังหวัดได้มีการเดินหน้าขับเคลื่อนเรื่องการแก้ปัญหาฝุ่นควันมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้กระทั้งฤดูฝน และในปี 2568 นี้ จังหวัดเชียงใหม่จะนำเอาบทเรียน ข้อผิดพลาดต่างๆ จากปีที่ผ่านมา มาแก้ไขการทำงานในปี 2568 ให้ดีที่สุด ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาชน สื่อมวลชน และอื่นๆ ที่เห็นควรว่าจะต้องเดินหน้าขับเคลื่อนเรื่องฝุ่นอย่างไร สามารถเสนอแนวคิดมาได้ เวลานี้หน่วยงานต่างๆ ได้มีการรวบรวมจัดทำแผนรับมือก่อนเข้าสู่ช่วงเผชิญเหตุ โดยจังหวัดพร้อมที่จะรับฟังทุกภาคส่วน และนำข้อเสนอแนะมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด เพื่อคนเชียงใหม่ และเพื่ออากาศที่ดี….วันนี้ได้เรื่องของไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กมานำเสนอเสียยาว ก็เพราะเวลาที่เราจะต้องเผชิญกับมันก็ใกล้เข้ามาแล้ว และปัญหามันก็คือทำให้เชียงใหม่กลายเป็นเมืองควันพิษ นักท่องเที่ยวหดหายไปเป็นจำนวนมาก เจ้าของธุรกิจ ผู้ประกอบการต่างๆ ในจังหวัด ต่างก็พบกับการขาดทุน จนแทบ จะต้องปิดกิจการ หวังว่าปีหน้าคงจะแก้ปัญหาได้ไม่มากก็น้อย ก็ขอเอาใจช่วยก็แล้วกัน
….สินในน้ำ
