เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ตรวจเยี่ยมความพร้อมการขยายเตียง ในหอผู้ป่วยจิตเวชโรงพยาบาลนครพิงค์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จากเดิม ขนาด 10 เตียง เป็นขนาด 20 เตียง โดยมี พญ.ณิชาภา สวัสดิกานนท์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต นพ.วรินทร์เทพ เชื้อสำราญ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 1 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 นพ.วรัญญู จำนงประสาทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้ช่วยอธิบดีกรมสุขภาพจิตและผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง พญ.หทัยชนนี บุญเจริญ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ ว่าที่ร้อยโทโฆษิต กัลยา ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 นพ.วรภัคธรณ์ ก้องเปสลาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธัญญารักษ์แม่ฮ่องสอน ร่วมคณะ พญ.สุภารัชต์ กาญจนะวณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ และคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลนครพิงค์ ให้การต้อนรับ

นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งบูรณาการทุกฝ่ายเพื่อเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตผู้ป่วยจิตเวชในพื้นที่ ให้เข้าถึงบริการบำบัดรักษา ฟื้นฟู และส่งต่ออย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั้น กรมสุขภาพจิตได้ดำเนินการพัฒนาบริการสุขภาพจิตที่เข้าถึงได้ พร้อมขยายบริการครอบคลุมการให้คำปรึกษาบำบัด รักษา ฟื้นฟู ส่งต่อ รวมถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ เป็นนโยบายหลักของกระทรวงสาธารณสุข จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลนครพิงค์ เชียงใหม่ พบว่ามีความพร้อมเป็นอย่างมากในการขยายเตียงในหอผู้ป่วยจิตเวช เป็นขนาด 20 เตียง ภายในปี 2568 เพื่อสนับสนุนให้มีเตียงผู้ป่วยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ซึ่งจากการติดตามและการหารือ ณ โรงพยาบาลนครพิงค์ ซึ่งในครั้งนี้พบว่ามีความก้าวหน้าเป็นไปตามที่ได้วางแผนไว้ โดยได้กำชับให้โรงพยาบาลสวนปรุงสนับสนุนในเรื่องของการดำเนินการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและสารเสพติดอย่างบูรณาการและมีความต่อเนื่อง

นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า กรมสุขภาพจิตเร่งรุดหน้าที่จะขับเคลื่อนเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สุขภาพจิตระดับประเทศมุ่งเน้นการให้บริการที่มีคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ รวมถึงการขยายเตียงผู้ป่วยช่วยให้โรงพยาบาลสามารถรองรับผู้ป่วยจิตเวชที่มีความต้องการรับการรักษาได้มากขึ้น ลดปัญหาการรอคิวหรือขาดแคลนพื้นที่ในหอผู้ป่วย ยกระดับการดูแลสุขภาพจิตให้การดูแลรักษามีความครอบคลุมและเหมาะสมทั้งในด้านการรักษาด้วยยา การบำบัดเชิงจิตวิทยาและการฟื้นฟูสุขภาพจิตในระยะยาว เพื่อผู้ป่วย/ครอบครัวและประชาชนมีความสุขอย่างยั่งยืน
