
ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อม รองผู้ว่า ฯลงพื้นที่ประกอบอาหารโรงครัวพระราชทาน เลี้ยงผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพะเยา และลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำแม่ต๋ำ
**********************
ผู้กำกับ สภ.ช้างเผือก ตร. ภ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำปิง พร้อมแนะนำประชาชนในจุดเสี่ยงให้เตรียมพร้อมรับมือหากน้ำมีระดับสูงขึ้น
**********************

เผยสถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วม เขตสุขภาพที่ 1 ยังไม่คลี่คลายพบพื้นที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง มอบ สธ.ทุกจังหวัด ติดตามสถานการณ์ประชุมเขตทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
************************

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2567 โดยสินในน้ำ✍️….มาอีกแล้วกับโรคฝีดาษลิง (MPOX) เห็นภาพแล้วค่อนน่ากลัวเหมือนกัน โรคนี้ระยะฟักตัว 7 – 21 วัน ผู้ที่ป่วยมักเริ่มด้วยอาการไข้และผื่น จะเริ่มจากตุ่มแดง ประมาณ 5 – 7 วันหลังรับเชื้อและตุ่มจะเปลี่ยน เป็นตุ่มน้ำตุ่มหนอง และแห้งเป็นสะเก็ด ตุ่มมีจำนวนมากน้อยตามความรุนแรงของโรคและการตอบสนองของผู้ป่วยรวมระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์....การแพร่กระจายเชื้อและการติดต่อ ส่วนใหญ่โดยการสัมผัสผื่นผู้ป่วยโดยตรงในระยะแพร่เชื้อหรือสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย ยืนยันอาจ ติดต่อทางละอองฝอยได้โดยเฉพาะ หากมีการทำหัตถการที่ทำให้เกิดละอองฝอยขนาดเล็ก(co ntact transmission & droplet transmission)หากผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อในพื้นที่ ให้แจ้งทีมสอบสวนโรคในพื้นที่สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง(สปคม.)และสำนักอนามัย ขณะที่การรักษาเป็นแบบประคับประคองตามอาการของผู้ป่วย เช่นลดไข้ ลดอาการไม่สบายจากตุ่มหนอง และดูแลไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ต้องแยกกักผู้ป่วย 21 วัน ส่วนการรักษาจำ เพาะยาต้านไวรัสจำเพาะเป็นยาที่ใช้ในการรักษาอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย ได้แก่ยา Tecoyi rimat (TPOXX) ซึ่งมีจำนวนจำกัด และในรายที่ป่วยรุนแรงเท่านั้น….ทีนี่เราลองมาดูข้อมูลของผู้ป่วยฝีดาษวานร รายแรกของไทย เจอผู้สัมผัสใกล้ชิดรวม 43 ราย นายแพทย์ธงชัย กีร ติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรคได้แถลงข่าวกรณีพบผู้ป่วยสงสัยเป็นโรคฝีดาษลิง สายพันธ์ เคลด 1b หรือ Clade 1b รายแรกในประเทศไทย ว่าขณะนี้กรมควบคุมโรคได้รับรายงานว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วยสงสัยโรคฝีดาษวานรสายพันธ์เคลด 1b แม้ว่ายังไม่มีการยืนยัน 100 % แต่ค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ใช่สายพันธ์เคลด 2b เป็นผู้ป่วยชาย ชาวยุโรปวัย 66 ปี เดินทางมาจากประเทศทางแถบแอฟริกาที่ทางกรมควบคุมโรคมีมาตรการคัดกรองผู้เดินทางอยู่แล้ว ซึ่งมีการต่อเครื่องบิน 1 ครั้งที่ประเทศแถบตะวันออกกลาง ถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น…..ต่อมาเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567 ผู้ป่วยรายดังกล่าวเริ่มมีอาการป่วยไข้ มีคุ่มบริเวณร่างกายเล็กน้อย ทางโรงพยาบาลซักประวัติแล้วสงสัยจึงตรวจหาเชื้อไวรัสก่อโรคฝีดาษวานร ครั้งแรกตรวจหาสายพันธ์เคลด 2b เป็นผลลบ จึงมีการตรวจหาสาย พันธ์เคลด 1b ซ้ำ ผลออกมาไม่ชัดเจนขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจยืนยันสายพันธ์ซ้ำอีกครั้งด้วยการการนำยีนไปตรวจ RT-PCR คาดว่าน่าจะทราบผลที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ป่วยไม่มีภาวะหรือโรคแทรกซ้อนอะไร และอาการป่วยก็ไม่รุนแรง ถือว่าผู้ป่วยไปพบแพทย์เร็ว ทำให้มีช่วงเวลาสัมผัสกับผู้อื่นไม่มาก….โรคนี้ถ้าจำไม่ผิดผมเคยนำเสนอมาแล้ว วันนี้มีการพบผู้ป่วยที่บ้านเราก็เลยหยิบมานำเสนอเพื่อเป็นข้อมูลจะได้ไม่ประมาทกัน นี่ถ่าสมมุติโรคฝีดาษลิงหรือวานร มันอาละวาดอีกครั้ง มีหวังเศรษฐกิจพังยับแน่ ทุกวันนี้พี่น้องก็เดือดร้อนมากกันอยู่แล้ว นี่ขนาดยังไม่มีอะไรเข้ามาแทรกซ้อน เพราะว่ามนุษย์เรานี่แหละที่มัวทะเลาะแย่งชิงกันใครได้ดีเกินหน้าไม่ได้ หรือถ้าแค้นใครมันก็จะเป็นแค้นฝังหุ่นไม่จบไม่สิ้นอยู่นั้นแหละ ทั้งๆ ที่พี่น้องประชาชนเขาไม่ได้อะไรเลยกับความแค้นของพวกท่าน นี่แหละที่ประเทศกูมี
สินในน้ำ
