ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังพรุควนเคร็งจ่อวิกฤติระดับน้ำต่ำกว่าผิวดินถึง 25 เซนติเมตร สั่งชลประทานเร่งระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำผันน้ำเข้าพื้นที่ เพิ่มความชุ่มชื้นผิวดิน


วันที่  (20 เมษายน 2566) เวลา 09.30 น. ที่กองอำนวยการควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายอภินันท์ เผือกผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือไฟป่าในพื้นที่พรุควนเคร็ง ซึ่งเป็นป่าพรุที่มีขนาดใหญ่ อันดับ 2 ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 445,100 ไร่ ครอบคุม 3 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา สำหรับพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในเขตอำเภอร่อนพิบูลย์เฉลิมพระเกียรติ เชียรใหญ่ และชะอวด และเมื่อหลังเข้าสู่หน้าร้อนแห้งแล้งฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้หลายพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่าหลังจากไม่เกิดไฟป่า ตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา ทำให้มีซากพืช วัชพืชทับถมในพื้นที่ สูงจากผิวดิน เกือบ 2 เมตร เป็นแหล่งเชื้อเพลิงอย่างดี  
จากรายงานสถานการณ์ล่าสุดพบว่าจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดอย่างต่อเนื่องส่งผลทำให้พื้นที่ป่าพรุส่วนใหญ่มีสภาพแห้งแล้งขณะนี้ปริมาณน้ำในป่าพรุได้ระเหย ประมาณ 80 มิลลิเมตร – 1.25 เซนติเมตรต่อวัน ซึ่งในพื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และ อำเภอเชียรใหญ่ มีหลายจุดเข้าสู่วิกฤติระดับต่ำกว่าผิวดิน 25 เซนติเมตร ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงในการเกิดไฟป่า ควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง ได้ประสานไปยัง สำนักงานชลประทานที่ 15 นครศรีธรรมราช เพื่อระดมเครื่องสูบน้ำผลักดันน้ำเข้าป่าพรุทันที
ด้านนายก่อพงศ์ เจ้ยแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 15 เปิดเผยว่า ได้เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไว้ทั้งหมดจำนวน 30 เครื่องขณะนี้ได้ดำเนินการติดตั้งพร้อมเดินเครื่องผันน้ำเข้าในพื้นที่ป่าพรุแล้ว จำนวน 2 เครื่อง และกำลังปรับพื้นที่เพื่อเตรียมตั้งเครื่องสูบน้ำอีกจำนวน กว่า 10 เครื่องตามจุดต่างๆ ตามที่ทางกองอำนวยการควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็งร้องขอ


นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน สำหรับป่าพรุควนเคร็งก็เป็นความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เตรียมความพร้อมโดยร่วมหารือกับทางจังหวัดและหน่วยที่เกี่ยวข้องซึ่งหลังจากร่วมประชุมทราบว่าทางจังหวัดได้เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังเป็นอย่างดีเชื่อว่าปีนี้สถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็งไม่น่ามีปัญหา แต่เพื่อความไม่ประมาท เบื้องต้นได้ประสานไปยังชลประทานที่ 15 ขอเครื่องสูบน้ำเพื่อผันน้ำเข้าพื้นที่ป่าเพิ่มความชุมชื้นรักษาระบบนิเวศน์เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงที่สุด
ในส่วนการดำเนินการของจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการแก้ไขปัญหาไฟป่า จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้ามีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันแก้ไขปัญหา รวมทั้งภัยแล้งเบื้องต้นน้ำเพื่อการเกษตรได้มีการบริหารจัดการให้มีการใช้น้ำน้อยที่สุด เช่นการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยให้พี่น้องประชาชนประหยัดน้ำ
อย่างไรก็ตามหากภายในเดือนนี้ยังไม่มีฝนตก จะยกระดับปฏิบัติการป้องกันไฟป่าให้เข้มข้นมากขึ้นในการเตรียมความพร้อมมีแผนในการรักษาระดับน้ำในพื้นที่พรุควนเคร็ง มีการตรวจวัดระดับน้ำทุกวัน เพื่อติดตามและประเมิน

สถานการณ์อย่างต่อเนื่อง กำหนดแผนการสูบเติมน้ำเข้าพรุ การยกระดับการปฏิบัติการเข้มข้นในพื้นที่เป็นกรณีพิเศษ มีการจัดซ่อมฝายชะลอน้ำชั่วคราวในพื้นที่ เพื่อลดการไหลของน้ำออกจากพรุให้ช้าที่สุด ตรวจสอบติดตามบ่อกักเก็บน้ำสำรองและบ่อน้ำ แหล่งธรรมชาติ เพื่อเป็นแหล่งสำหรับสร้างความชุ่มชื้นและสูบน้ำดับไฟป่า พร้อมเร่งดำเนินการสำรวจหลังระดับน้ำลดลงเห็นขอบบ่อ นอกจากนี้ยังมีการจัดการรทำแนวกันไฟ เพื่อแยกลดความต่อเนื่องของเชื้อเพลิงในพื้นที่เสี่ยงตามแผนปฏิบัติงาน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่โดยรอบป่าพรุช่วยกันดูแล เป็นหูเป็นตาในการเฝ้าระวัง แจ้งเหตุหากเกิดไฟป่าขึ้นเพื่อเป็นการป้องกัน รักษาทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของประเทศ…./////


พรรณี มณีวรรณ/ภาพ-ข่าว
บุณณดา ภัทรธันยงพศ์/ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช
20 เมษายน 2566

Related posts