กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรบ้านป่าแก ร่วมกับ กศน.เชียงใหม่ เชิญชวนประชาชนที่สนใจและชื่นชอบสมุนไพรไทย เข้ารับบริการดูแลสุขภาพในรูปแบบแพทย์แผนโบราณ ในวันที่ 25 กันยายน นี้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการใช้สมุนไพรไทยและสืบสานภูมิปัญญาพื้นบ้าน

วันนี้ (20 ก.ย. 65) ที่ ห้องประชุม 4 ชั้น 4 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นางพรสรัญ รัตนวิจิตร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรบ้านป่าแก และ นางสาวณัฐพรรณ บุญมาเรือง ครูศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าว ในการแถลงข่าวสื่อมวลชนประจำสัปดาห์จังหวัดเชียงใหม่ ถึงการเตรียมออกหน่วยให้บริการดูแลสุขภาพ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรบ้านป่าแก ชมรมสมุนไพรวัดป่าตาล และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 25 กันยายน 2565 ที่จะถึงนี้ ณ วัดจะจาว ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งสามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

นางสาวณัฐพรรณ บุญมาเรือง ครูศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ (กศน.) ได้ดำเนินการส่งเสริมความรู้ในด้านสมุนไพรให้แก่กลุ่มชาวบ้านวิสาหกิจชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ชาวบ้านมาทดลองรับบริการรักษาสุขภาพในรูปแบบแพทย์แผนโบราณแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสืบสานมรดกภูมิปัญญาไทยพื้นบ้าน อาทิ การเผายา การสุมหน้าด้วยสมุนไพร ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวบ้านเป็นอย่างมาก

ด้าน นางพรสรัญ รัตนวิจิตร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรบ้านป่าแก กล่าวว่า การเผายา เป็นศาสตร์การรักษาตามฉบับแพทย์แผนโบราณ เป็นการบรรเทาอาการไม่สบายของร่างกาย ปรับสมดุลธาตุ โดยนำสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหยและมีรสเผ็ดร้อน อาทิ ขมิ้นชัน ไพลสด ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด ขิง คลุกกับการบูร นวดน้ำมันไพรบริเวณที่ต้องการ และใช้ผ้าชุบหมาดๆ ม้วนและวางรอบรอบบริเวณต้องการรักษา เกลี่ยสมุนไพรให้เสมอกัน จากนั้นจุดไฟแล้วรอจนผู้ป่วยรู้สึกร้อนจึงใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำคลุมเพื่อดับไฟ ทำซ้ำกัน 3 รอบ ความร้อนจากเปลวไฟอุ่นๆ จะทำให้ตัวยาซึมเข้าสู่ร่างกายได้ตรงจุดและรวดเร็วกว่าการกินยา

ส่วนการสุมหน้าด้วยยาสมุนไพร เป็นการนำสมุนไพร มาต้มในน้ำจนเดือด ตักใส่ถ้วยแล้วนำมาสูดดมไอระเหยแบบร้อนร้อนโดยเอาผ้าขนหนูคลุมหัวเป็นกระโจมให้มิดชิดเอาหน้าชิดถ้วยให้มากที่สุด หายใจเข้าเอาไอระเหยเข้าทางปาก แล้วหายใจออกทางจมูก ประมาณ 5-10 นาที จะช่วยเรื่องการขับเสมหะละลายเสมหะทำให้หายใจได้โล่งขึ้นเหมาะสำหรับผู้ที่เคยเป็นโรค โควิด-19 มีปัญหาเรื่องระบบหายใจและอาการจากลองโควิด

ทั้งนี้ สมุนไพรไทยเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น มีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์หลายด้าน อย่างไรก็ตามสมุนไพรแต่ละชนิดนอกจากจะมีผลดีแล้ว ยังมีข้อจำกัดในการใช้โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวจะต้องศึกษาอย่างละเอียดหรือได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ในทุกวันอาทิตย์ (สิ้นเดือน) ได้ ณ วัดจะจาว ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

***********

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
20 กันยายน 2565

Related posts