#การประชุมทายาท เพื่อจัดการมรดก พ่อเลี้ยงชูชาต

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 24 ส.ค.65ณ ห้องทับทิม โรงแรมฟูรามา เชียงใหม่ นายอัคคพาคย์ อินทรประพงศ์ และนายพิมลศักดิ์ วรรณประภา ทนายความ ได้ร่วมกันชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงการจัดประชุมทายาทมรดก นายชูชาต กัลมาพิจิตร พ่อเลี้ยงปางช้างแม่สา รวมทั้งแถลงข้อเท็จจริง กรณีพินัยกรรมและการจัดการมรดกต่อสื่อมวลชน โดยก่อนที่จะมีการแถลงข่าวทนายความแจ้งสื่อมวลชนให้ออกไปจากห้องประชุมก่อนเพื่อจัดประชุมร่วมกับทายาทเท่านั้น หลังจากที่นางอัญชลี กัลป์มาพิจิตรได้เดินทางมาถึง
ซึ่งต่อมานางอัญชลีได้นำเอกสารแสดงต่อสื่อมวลชน และเข้าห้องประชุม แต่ก็ไม่มีคนเริ่มประชุม จึงได้เดินทางกลับ


นายอัคคพาคย์ กล่าวชี้แจงว่า ในฐานะที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายความจัดการมรดกของนางฐิติรัตน์ กัลป์มาพิจิตร ในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมได้เชิญทายาทของนายชูชาติซึ่งมีอยู่ 6 คนมาร่วมประชุม แต่วันนี้มีทายาทที่เข้าร่วมประชุมเพียง 3 คน จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่เชิญประชุมในครั้งนี้ได้ ซึ่งมีวาระอยู่ 5 ข้อคือ ต้องการชี้แจงที่ประชุมถึงผลการประชุมทายาทฯครั้งที่ 1 ซึ่งครั้งนั้นนางอัญชลีในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมก็ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย


ข้อ 2 คือจะชี้แจงถึงทรัพย์มรดกที่ได้รวบรวมมา เพื่อที่จะจัดการโอนทรัพย์สินที่มีก่อนการสมรสให้เป็นไปตามพินัยกรรมของนายชูชาติ ซึ่งมีทั้งบ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียมและรถยนต์รวมมูลค่าตามราคาประเมินประมาณ 30 กว่าล้านบาท ส่วนทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสยังไม่สามารถดำเนินการได้เพราะคดียังอยู่ในชั้นศาล


ข้อ 3จะชี้แจงผู้มีสิทธิ์เกี่ยวข้องกับมรดกทั้งตามกฎหมายและพินัยกรรม ข้อ 4 กำหนดวันตรวจสอบและนัดวันโอนมรดกที่เป็นทรัพย์สินส่วนตัวให้กับทายาทหรือบริษัทปางช้างแม่สา ตามพินัยกรรมและ 5 ชี้แจงผู้จัดการร่วมเพื่อขอเบิกเงินจากบัญชีนายสุชาติเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการพินัยกรรมที่กำหนดให้เบิกจากกองมรดก


การประชุมเรื่องการจัดการมรดก แต่ก็ไม่ได้มีการประชุม ทำให้การจัดการโอนทรัพย์สินยังทำไม่ได้ ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เชิญทายาทของนายชูชาติซึ่งมีทั้งหมด6คนแต่มาแค่ 3 คนมาประชุมจึงไม่สามารถประชุมสรุปได้ และดูจากวันนี้เรื่องปัญหามรดกของนายชูชาติคงไม่จบง่ายๆ หากมีการยื้อกันไปมา ฟ้องกันไปฟ้องกันมาแบบนี้”ทนายความกล่าว.

 

Related posts