#แห่ไหว้พญาลึงค์ ช้างเอราวัณ ต่อแถวยาวเหยียดไหว้พญาลึงค์ช้างเอราวัณสูงใหญ่ สล่าเชียงใหม่แกะสลักจากไม้ตะเคียนทอง สูง 14 เมตร หนัก 73 ตัน ใหญ่ที่สุดในโลก บวงสรวงพร้อมองค์ท้าวมหาพรหม พบเลขเด็ดบาตรน้ำมนต์

เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 29 ก.ค.2565 ที่ลานหน้าวัด ของวัดฝายหิน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สถานที่ประดิษฐานองค์ท้าวมหาพรหม และพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ องค์พระพิฆเนศปางห้าเศียร ทั้งหมดแกะด้วยไม้ตะเคียนทองทั้งหมด และถือว่าองค์ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยอาจารย์เข้ม มฤคพิทักษ์ อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้สร้างตำหนักเทพหอศิลปจิตกรรมไทย ร้อยทวารบาลบ้านเทวาลัย และวันนี้ อาจารย์เข้ม นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 5 รูป ประกอบพิธีทางสงฆ์ จากนั้นเชิญพราหมณ์อินเดีย นำประกอบพิธีประถมฤกษ์บวงสรวงเบิกเนตรเปิดชะตา

หลังเสร็จพิธีสงฆ์ เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมพิธีทั้งชายและหญิงกว่า 100 คน ปิดทองพญาลึงค์ของช้างเอราวัณที่พระอินทร์ทรงอยู่ เพื่อเป็นมงคล ช่วงนั้นผู้มารวมพิธีต้องต่อแถวยาวเหยียดเพื่อเข้าไปปิดทองและกราบไหว้พญาลึงค์ จากนั้นก็ส่องน้ำตาเทียนสีเขียวในบาตรน้ำมนต์ พบว่ามีเลข 7 อยู่ขอบบาตรซ้ายสุด ส่วนน้ำตาเทียน ดูเป็นเลข 6 ส่วนเทียนด้านขวา จุดขอบเทียนด้านซ้าย พบน้ำตาเทียนมีเลข 9 หรือ 5 เป็นตัวเลขไทย หรือ ๙ หรือ ๕ อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การขอพรโดยไปปิดทองที่พญาลึงค์ของช้างเอราวัณ มีความสำคัญเมื่อกราบไหว้ขอพรพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณดังกล่าว พรที่ได้จะประสบความสำเร็จ คือ พารวย พาสำเร็จ พาแข็งแรง

จากนั้น พิธีพราหมณ์ ทางเจ้าภาพได้เชิญพราหมณ์เดินทางมาจากประเทศอินเดีย นำประกอบพิธีประถมฤกษ์บวงสรวงเบิกเนตรเปิดชะตา องค์ท้าวมหาพรหม และพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ องค์พระพิฆเนศปางห้าเศียร(องค์ที่สร้างจากไม้ตะเคียนองค์แรก และองค์ใหญ่อีกองค์หนึ่ง) เป็นพิธีการต่อไป

อาจารย์เข้ม มฤคพิทักษ์ กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ สู่ง 14 เมตรครึ่ง ใช้ไม้ตะเคียนทอง 19 ลำรถสิบล้อ น้ำหนัก 73 ตัน แกะสลักด้วยช่างสล่าล้านนา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ใช้เวลา 4 ปี ถือว่าเป็นสุดยอดของปฏิมากรรมแกะสลักจากไม้ตะเคียนทองที่ถือว่าใหญ่มากที่สุด

องค์ท้าวมหาพรหม ใช้ไม้ตะเคียนทอง 16 ลำรถสิบล้อ นำมาแพ็คเข้าด้วยกันแล้วนำมาแกะสลัก ผลงานสล่า อ.สันป่าตอง จำนวน 11 คน ใช้เวลาแกะสลัก รวม 2 ปี ซึ่งทั้ง 2 ชิ้นงานถือว่าเป็นผลงานปฏิมากรรมที่ยิ่งใหญ่มาก วันนี้เป็นวันบวงสรวงหลังจากนำมาประทับไว้ที่วัดฝายหิน ถนนสุเทพ อ.เมือง จงเชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว ตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวงแล้วนั้นก็จะได้เปิดให้ประชาชนเข้ามาขอพรได้ฟรีทุกวัน

“ที่สำคัญทุกท่านต้องมาลอดท้องช้าง นำทองมาปิดที่พญาลึงค์ของช้างเอราวัณที่พระอินทร์ทรงอยู่ ปิดทองที่พระบาทองค์ท้าวมหาพรหม เพราะในโลกนี้ไม่มีประเทศไหน ทั้งจีน อินเดีย พม่า ไม่มีใครสร้างได้ยิ่งใหญ่เท่าประเทศไทยเราที่นี้อีกแล้ว และเป็นฝีมือของช่างแกะสลัก เป็นสล่าพื้นเมืองเชียงใหม่ เท่าที่ผ่านมามีคำถามมาถึงตนตลอดมาอยู่ 4 ข้อ และผมต้องตอบทุกวันคือ 1.ไปเอาไม้มาจากไหน 2.ไปเอาช่างมาจากไหน 3.ไปเอาเงินมาจากไหน 4.ไปเอาแรงบันดาลจากไหน ทั้ง 4 ข้อนี้ขาดไปข้อเดียวไม่สำเร็จ และวันนี้ได้ทำได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว และนำมาประทับได้สง่างามที่วัดฝายหินแห่งนี้แล้ว ทุกท่านมาเชียงใหม่ก็แวะมากราบไหวได้”

อาจารย์เข้ม กล่าวอีกว่า “เมื่อผมได้เป็นผู้อำนวยการสร้างจนสำเร็จ ได้กลั่นกรองออกมาเป็นบทกลอน ว่า “สองสิ่งยิ่งใหญ่อภิมหา ปฏิมาเทวาตะเคียนโตคร สิ่วใหญ่สกัดไม้ล้วนแข็งโหด เทพท่านโปรดจึงได้เห็นเป็นชิ้นงาน หวังให้เป็นสมบัติอันล้ำค่า หวังให้เป็นภมิปัญญาถูกกล่าวขาน หวังให้เป็นมรดกนานเท่านาน เป็นตำนานล้านนาสล่าเมือง” นี้คือบทกวีที่กลั่นออกมาจากหัวใจที่ผมได้เป็นผู้อำนวยการสร้างขึ้นมา และจะทิ้งสมบัติเหล่านี้ให้เป็นสมบัติของชาติ ให้เป็นของแผ่นดิน ให้เป็นของสาธารณะ ก็ขอเชิญชวนมากราบไหว้ขอพรได้ฟรี.

Related posts