นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผอ.ปปส.ภาค 5 และ พล.ต.ต. เฉลิมพล จินตรัตน์ รอง ผบช.ภ.5 เปิดโครงการฝึกอบรม “นักสืบสวนธุรกรรมทางการเงินและนักสืบทรัพย์ในพื้นที่ภาค 5” ระหว่างวันที่ 12 – 13 มีนาคม 2565 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ โดยกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ข้าราชการในสังกัดสำนักงาน ป.ป.ส. พื้นที่ภาคเหนือ และข้าราชการสังกัดสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 รวม 200 นาย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการศึกษาวิเคราะห์แนวทางการสืบสวนทางการเงิน ร่องรอยทางบัญชี หรือทรัพย์สินที่เกินกว่าฐานะ ของผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการรวบรวมพยานหลักฐาน และการตรวจสอบทรัพย์สินให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งสร้างมาตรฐานในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมนำไปถ่ายทอดแนะนำแก่เจ้าหน้าที่สืบสวนปราบปรามยาเสพติดต่อไป

โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ความรู้ อาทิ นายอุทัย สินมา อธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด นายปกรณ์ ยิ่งวรการ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา สำนักงานศาลยุติธรรม นายพงษธร อินอำนวย ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษพื้นที่ภาค ๖ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายไพศาล กันทะเตียน ผอ.สำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด นางสาวสุภาภรณ์ พินิจ ผอ.สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเชียงใหม่ นายวีรภัทร ลำปาง นักตรวจสอบภาษีเชี่ยวชาญ กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง นางกองกนก โกศัลลกูฏ สุขพันธุ์ถาวร. เลขานุการศาลภาษีอากรกลาง และนาวสาวกันยารัตน์ บ๊วยเจริญ ผอ.ฝ่ายกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)

นายไกรเลิศ ดาวเรือง กล่าวเปิดว่า จากการที่รัฐบาลได้ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายยาเสพติด ให้มีความทันสมัย สามารถนำไปบังคับใช้กับนักค้ายาเสพติดได้อย่างเต็มที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องนำไปฏิบัติให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 ณ สโมสรทหารบก ในพิธีเปิดแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2565 ดังนี้ ประการที่ 1 ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องทำความเข้าใจ ประมวลกฎหมายยาเสพติดอย่างจริงจัง ประการที่ 2 ต้องมีการขับเคลื่อน และสร้างความพร้อม ในประมวลกฎหมายยาเสพติด อย่างเป็นระบบ มีแผนการปฏิบัติงาน อย่างเป็นขั้นตอน มีกลไกในการให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหา และติดตามการปฏิบัติงาน ตามกฎหมายใหม่อย่างใกล้ชิด ประการที่ 3 ต้องนำประมวลกฎหมายยาเสพติด ไปใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น การฝึกอบรมนักสืบสวนธุรกรรมทางการเงินและนักสืบทรัพย์ ในครั้งนี้ จะเป็นการทำความเข้าใจ เตรียมความพร้อมบริหารจัดการกลไก ในการนำประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ไปใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญบัติให้ใช้ประมวลยาเสพติด พ.ศ. 2564 ประมวลกฎหมายยาเสพติด และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. 2564 โดยประมวลกฎหมายยาเสพติด มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 และจากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า เงินหรือทรัพย์สิน เป็นแรงจูงใจสำคัญให้ผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ดังนั้น ประมวลกฎหมายยาเสพติดจึงได้กำหนดแนวทางการสืบสวนพฤติการณ์การกระทำความผิดร้ายแรงควบคู่กับการยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด เพื่อลดแรงจูงใจและทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันโรคระบาดโควิด-19 อย่างเคร่งครัด
