กรมทะเล – ตรังผนึกกำลังเปิด “วันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ” ดีเดย์ 17 ส.ค. นี้ ประกาศมาตรการเร่งด่วน “พะยูนต้องรอด” มุ่งลดการตายให้เป็นศูนย์

วันที่ 15 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โดยสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 (ตรัง) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกบูรณาการร่วมกับจังหวัดตรัง และภาคีเครือข่ายการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดงาน “วันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569” ระหว่างวันที่ 15–16 สิงหาคม 2569 ณ ลานวัฒนธรรมตรัง (ข้างตลาดเซ็นเตอร์พอยท์) อำเภอเมือง จังหวัดตรัง โดยได้รับเกียรติจาก นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกันนี้ นายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายประจวบ โมฆรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 (ตรัง) นายสันติ นิลวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง และนายปรานต์ ดิลกคุณากุล เลขานุการกรม ตลอดจนผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมงานดังกล่าว เพื่อสร้างความตระหนักรู้และระดมพลังในการปกป้องพะยูนของไทยให้ยั่งยืน

นายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า วันที่ 17 สิงหาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น “วันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ” เพื่ออนุรักษ์และคุ้มครองพะยูน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรพะยูนอยู่ประมาณ 250 ตัว โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดตรัง ทั้งนี้ เนื่องจากถิ่นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารสำคัญคือ “แหล่งหญ้าทะเล” มักเป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมของมนุษย์หนาแน่น ทำให้พะยูนมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบสูง และเพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายการทำงานเชิงรุกในการปกป้องทรัพยากรทางทะเล กรมฯ ได้เตรียมประกาศมาตรการเร่งด่วน “พะยูนต้องรอด” ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ เพื่อบังคับใช้กฎหมายในการคุ้มครองพะยูนอย่างเข้มข้น พร้อมทั้งกำหนดขอบเขตพื้นที่ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่งอย่างสมดุล อันเป็นเป้าหมายสูงสุดในการลดการตายของพะยูนจากกิจกรรมมนุษย์ให้เป็นศูนย์

ด้าน นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวเสริมว่า จังหวัดตรังให้ความสำคัญสูงสุดกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เนื่องจากพะยูนถึงร้อยละ 70 ของประเทศอาศัยอยู่ในน่านน้ำจังหวัดตรัง และจังหวัดตรังยังเป็นที่ตั้งของแหล่งหญ้าทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยถึงกว่า 34,000 ไร่ แม้ปัจจุบันจะพบความเสื่อมโทรมของแหล่งหญ้าทะเลเพิ่มขึ้น แต่จังหวัดตรังได้เร่งบูรณาการทุกภาคส่วนขับเคลื่อน “แผนการอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลของจังหวัดตรัง” เพื่อฟื้นฟูบ้านของพะยูนให้กลับมาสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ นอกจากพิธีการสำคัญแล้ว ยังมีกิจกรรมที่เสริมสร้างความรู้และความสนุกอีกมากมายที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและเยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วม ได้แก่ นิทรรศการองค์ความรู้ เรื่องพะยูนและระบบนิเวศทางทะเล การเสวนาเชิงวิชาการ ในหัวข้อ “ร่วมสร้างบ้านที่ปลอดภัยให้พะยูนอยู่คู่ทะเลไทย” การประกวดคลิปวิดีโอสร้างสรรค์ และการแข่งขันวงดนตรีเยาวชน รวมถึงโซนจำหน่ายสินค้าชุมชน และของดีเมืองตรัง อย่างไรก็ตาม ตนขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาบ้านของพะยูน เพื่อให้สัตว์สงวนอันทรงคุณค่านี้ยังคงอยู่คู่ท้องทะเลไทยอย่างยั่งยืนสืบไป

Related posts