
ภาคีเครือข่าย 16หน่วยงาน จัดกิจกรรม “มนต์ฮัก รักษ์เวียง Chiang Mai’s Memnories Season 3” ที่ประตูท่าแพ
*****************

โกบุ่นเปิดงาน [ย่านอยู่ดีลำพูน ]ไขโจทย์เมือง เคลื่อนย่านลำพูนให้อยู่ดี มีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
.

17 มิ.ย. 68 UDDC-CEUS ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการย่านอยู่ดีเมืองลำพูน ไขโจทย์เมือง เคลื่อนย่านให้อยู่ดี ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาย่านสุขภาวะในประเทศไทย กรณีศึกษา ย่านพระโขนง-บางนา ย่านเมืองเก่าร้อยเอ็ด และย่านเมืองเก่าลำพูน โดยได้รับเกียรติจากคุณประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุม แกรนด์ปา โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ลำพูน มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจประธานที่ปรึกษา คณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนและพัฒนางานองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

ในกิจกรรมนี้ คุณอดิศักดิ์ กันทะเมืองลี้ รองผู้อำนวยการ UDDC-CEUS ได้นำเสนอที่มาและความสำคัญของโครงการฯ โดยเล่าถึงการดำเนินงานที่ผ่านมา ตั้งแต่การจัดทำผังยุทธศาสตร์เมืองเดินได้-เดินดี การจัดกิจกรรมเดินส่องย่านสร้างเมืองลำพูน สู่การต่อยอดการขับเคลื่อนย่านเมืองลำพูนให้เป็นย่านอยู่ดีที่ผู้คนมีความเป็นอยู่และสุขภาวะที่ดียิ่งขึ้น ผ่านการทำผังแม่บทย่านอยู่ดีเมืองลำพูน พร้อมนำเสนอข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าลำพูนกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ จากประชากร 140,000 คน มีผู้สูงวัยเกือบ 40,000 คน หรือประมาณหนึ่งในสาม ซึ่งมากกว่าเด็กเกือบสองเท่า อีกทั้งภายในเวลาเพียง 3 ปี มีประชากรเสี่ยงจากโรคเสื่อมตามวัยเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า จากปี 2565 ขณะเดียวกันงานวิจัยยังพบว่า 92% ของคนลำพูนมีกิจกรรมทางกายน้อยกว่า 1 วันต่อสัปดาห์ และมีเพียงครึ่งที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ

.
UDDC-CEUS จึงได้เสนอ 6 พื้นที่ศักยภาพของเมืองลำพูนที่จะช่วยส่งเสริมการสร้างกิจกรรมทางกาย ตั้งแต่พื้นที่น้ำ พื้นที่สีเขียว พื้นที่วัฒนธรรม พื้นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ พื้นที่ราชการ และพื้นที่ถนน
พร้อมชี้ให้เห็นว่าคนเมืองลำพูนส่วนใหญ่ ออกกำลังกายบริเวณในพื้นที่เมืองเก่า และสนามกีฬา ในขณะที่ยังมีพื้นที่ศักยภาพอีกมากมาย ตลอดจนนำเสนอถึงโครงการพัฒนาของเทศบาลเมืองลำพูนที่ขับเคลื่อนย่านอยู่ดีอยู่กว่า 700 โครงการ อาทิ โครงการพัฒนาพื้นที่ออกกำลังกายและนันทนาการ โครงการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ โครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียว และโครงการปรับปรุงทางเท้า เพื่อรองรับวิถีชีวิตของผู้คนในย่านอย่างรอบด้าน

.
ทั้งนี้ การพัฒนาเมืองไม่ได้เกิดขึ้นเพียงภาครัฐเท่านั้น แต่ยังเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐส่วนกลาง รัฐท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ที่ต่างมีบทบาทในการเพิ่มคุณภาพชีวิตคนในย่าน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงทางเดินเท้า การใช้ประโยชน์พื้นที่ศูนย์กลางย่าน การเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก ส่งเสริมความปลอดภัย พื้นที่กิจกรรม การรวมกลุ่มของชุมชน และการสร้างพฤติกรรมสุขภาวะร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนเมืองลำพูนให้เป็นย่านอยู่ดีอย่างยั่งยืน

.
โดยงานนี้ได้หารือถึงการต่อยอดการขับเคลื่อนย่านเมืองเก่าลำพูนสู่การเป็นย่านอยู่ดี ที่ผู้คนมีความเป็นอยู่และสุขภาวะที่ดี พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น ประกอบด้วย การวิเคราะห์ จุดแข็ง – จุดอ่อน – โอกาส – ความท้าทาย และหารือข้อเสนอการเป็นย่านอยู่ดีเมืองลำพูน และท้ายที่สุดย่านอยู่ดีเมืองลำพูนจะมีการเปิดรับข้อเสนอโครงการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาวะ ชวนชาวลำพูนมาร่วมเปลี่ยนเมืองไปด้วยกัน
.

กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 ท่าน โดยคณะทำงานในโครงการฯ จะนำความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมไปพัฒนาแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนให้ย่านเมืองเก่าลำพูนแห่งนี้กลายเป็นย่านอยู่ดีของเมืองต่อไปร่วมติดตามเรื่องราวโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาย่านสุขภาวะในประเทศไทยได้ทางเพจเฟสบุ๊ค UDDC
******************

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันพุธที่ 18 มิถุนายน 2568 โดยสินในน้ำ✍️….บนเส้นทางของคนแก่ที่อายุ 80 ปี คนที่อายุ 70 ปี ถือเป็นวัยที่สำคัญของชีวิตไม่ว่าจะมองจากมุมไหน คนอายุเกิน 70 ปี ก็ถือว่าแก่แล้ว ในช่วงนี้เวลาพระอาทิตย์ตกดินอันงดงามกำลังใกล้เข้ามา และชีวิตที่มีสีสันก็ใกล้จะสิ้นสุดลงเช่นกัน จากข้อมูลสาธารณะอย่างเป็นทางการมีเพียง 44 % ของบุคคลธรรมดาเท่านั้นที่จะสามารถก้าวผ่านเกณฑ์อายุ 70 และหันหลังเดินบนเส้นทางสู่อายุ 80 ได้ อายุ 70 ถึง 80 ปี เป็นช่วงวัยที่ยากลำบากในชีวิต และเป็นช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์ต่างๆ ในวัยชรา….ช่วงนี้จะแก่เร็วขึ้นอวัยวะต่างๆ ในร่างกายก็เริ่มที่จะเสื่อมโทรมลงอย่างไม่สามารถกลับคืนได้เหมือนกับเครื่องจักร ที่กำลังจะถูกรื้อทิ้งแต่เครื่องคงทำงานช้าอยู่ และช่วงนี้จะเป็นช่วงที่โรคต่างๆ ระบาดเนื่องมาจากภูมิคุ้มกันของมนุษย์ลดลงและกลายพันธ์จึงยากที่จะต้านทานการรุกรานของแบคทีเรียและไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ โรคเล็กๆ น้อยๆ มักเกิดขึ้น และโรคร้ายแรงก็เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ถือเป็นสถานการณ์ปกติ ในช่วงนี้ เนื่องมาจากสมองทำงานช้า และร่างกายสูญเสียความยึดหยุ่น จึงอาจเกิดอุบัติเหตุต่างๆ เช่นเวียนหัว หายใจไม่ออก ชนกัน หกล้ม ได้ทุกเมื่อและอุบัติเหตุแต่ละครั้งจะนำมาซึ่งผลที่ไม่อาจรับมือได้….และคุณก็จะต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดและความเศร้าโศกจาก การสูญเสียญาติพี่น้อง เพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมชั้น และคนรู้จักในวัยเดียวกัน วงสังคมของคุณจะเล็กลงเรื่อยๆ และคุณจะมีเพื่อนสนิทให้ระบายความในใจน้อยลงเรื่อยๆ และความรู้สึกโดดเดี่ยวของคุณก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่อันตรายกว่าคือ บางคนจะหูหนวก และสูญสียความสามารถในการดูแลตัวเองในช่วงนี้ ไม่เพียงแต่พวกเขาจะต้องทนทุกข์ทรมานจากการพักผ่อนบนเตียงเป็นเวลานานเท่านั้น แต่ยังเพิ่มภาระให้กับลูกหลานอีกด้วย ในช่วงเวลานี้ มีเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้เกิดขึ้นมากมาย และความผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจสามารถเปลี่ยนชีวิตของคุณได้อย่างสิ้นเชิง ในวัยชราของทุกคนเป็นเหมือนพายุเลือด และนี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจเลย ….โอเปร่าคลาสสิกเกี่ยวกับความยากลำบากของวัยชราบอกเล่าถึงความขมขื่นและความสิ้นหวังของผู้สูงอายุ บางคนบอกว่าหากคุณก้าวข้ามอายุ 70 ปี และก้าวไปบนเส้นทางเริ่มต้นของยุคอายุ 80 ปีได้ คุณเป็นคนที่โชคดีมาก เพราะเพื่อนร่วมวัยของคุณมากกว่าครึ่งหนึ่งล้าหลังและสูญเสียคุณสมบัติในการวิ่งในยุค 80 หากคุณอายุ 75 ปี คุณจะเป็นผู้ชนะในชีวิตเพราะว่าคุณได้ผ่านช่วงครึ่งทางของทศวรรษที่ ยากลำบากนี้ไปแล้วและอายุขัยจริงของคุณก็เท่ากับอายุขัยเฉลี่ยของประเทศในปั้มน้ำมันอันเป็นสถานที่สำคัญแห่งนี้ คุณสามารถมองเห็นสัญญาณของการสิ้นสุดของชีวิตได้ลางๆ ตราบใดที่คุณยกเท้าขึ้นและมองขึ้นไป หากคุณพยายามต่อไปจนสุดทางและในที่สุดก็สามารถวิ่งในยุค 80 ได้สำเร็จ....มาต่อเรื่องของการที่มีบริษัทดังระดับโลกเสนอสร้างกระเช้าไฟฟ้าเส้นทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ เพื่อลดปริมาณรถที่ขึ้น-ลงและปลอดไอเสีย เรื่องนี้ทางนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มอบหมายให้ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าฯ ร่วมหารือแนวทางการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ โดยเฉพาะการสร้างกระเช้าไฟฟ้าเส้นทางขึ้นดอยสุเทพ โดยสถานกงสุลออสเตรียเห็นว่าระบบขนส่งโดยกระเช้าไฟฟ้าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเชียงใหม่ ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่นและเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆของประเทศ ซึ่งการจัดทำกระเช้าไฟฟ้าในเส้นทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ จะช่วยลดปริมาณรถที่ขึ้น-ลงได้เป็นจำนวนมาก และจะช่วยลดมลพิษจากไอเสียด้วย เรื่องนี้พี่น้องชาวเชียงใหม่ว่าไง ดีหรือไม่ดี เพราะเห็นโครงการนี้มานานแล้วไม่ขอวิจารณ์
….สินในน้ำ
