เผยนักการเมือง อณุญาตขุดดินรอบเจดีย์กุด อายุ 652 ปี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้ว

เผยนักการเมือง อณุญาตขุดดินรอบเจดีย์กุด อายุ 652 ปี ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดแล้ว ล่าสุด อดีต ผญบ.บอก ตัดเส้นทางน้ำหายไป 4 สาย น้ำไหลลงทะเลสาบเอกชนหมด 6 หมู่บ้าน 2 ตำบลถูกกว้านซื้อ จนชาวบ้านไม่มีน้ำกินน้ำใช้ และทำการเกษตร คาดสินปีส่งศาลตัดสินคดี

เมื่อวันที่ 18 ต.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวคืบหน้า กรณีที่วัดเจดีย์(ร้าง) อายุ 652 ปี ถูกนักการเมือง พร้อมพวก 7 คน อนุญาตให้เอกชนขุดดินรอบๆเจดีย์ร้าง จนเป็นทะเลสาบ เมื่อปี พ.ศ.2548 ชาวบ้านไม่มีน้ำกินน้ำใช้และทำการเกษตร จนมีผู้นำชุมชนร้องทุกข์แจ้งให้ ป.ป.ช.ภาค 5 ตรวจสอบผู้อนุญาตให้เอกชนขุดดินรอบๆเจดีย์กุด ดังกล่าว ทำผิดกฏหมายหรือไม่

ต่อมานายนิรันดร ศรีภักดี ผอ.สนง.ป.ป.ช.ภาค 5 ได้ทำหนังสือ ลงวันที่ 5 ต.ค.2567 ส่งถึงผู้นำชุมชนเมืองแม่เหียะ (จนท.ปกครองเมืองแม่เหียะ) สรุปหนังสือแจ้งว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 5 มีคำสั่งศาลดำเนินการไต่สวนในการพิจารณาคดีอาญากับ นาย..(สงวนชื่อ) พร้อมพวก 7 คน ที่ถูกกล่าวหา การออกใบรับแจ้งการขุดดิน หรือถมดิน พ.ศ.2543 ของ อบต.แม่เหียะ,ทต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.2548, 2549 และ พ.ศ.2552 ให้เจ้าหน้าที่ปกครองให้ปากคำ เพื่อไต่สวนบันทึกถ้อยคำ ก่อนวันที่ 25 ต.ค.2567 นี้ และ จนท.ปกครองบางคน เข้าให้ปากคำแล้วบางคน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 18 ต.ค.67 สื่อมวลชนหลายแขนงสนใจสถานที่ตั้งของเจดีย์กุด(ร้าง) ที่อยู่ในที่เอกชน พบในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งใน ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่นั้น ได้เข้าตรวจสอบ พบว่า เป็นโครงการหมู่บ้านขนาดใหญ่ มี รปภ.ดูแลความปลอดภัย ตรวจรถเข้า-ออก ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนเจดีย์กุด(ร้าง) อยู่กลางทะเลสาบ มีทางเข้าไปกราบไหว้เจดีย์ได้ทางทิศตะวันตกทางเดียว เพราะบริเวณรอบเจดีย์ ที่เป็นโบราณสถาน ได้รับการคุ้มครองโดยพระราชบัญญัตโบราณสถานโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแล้วนั้น ถูกขุดดินรอบๆออกทั้งหมด จนเป็นทะเลสาบ ที่เป็นปัญหาที่ชาวบ้านร้องทุกข์ ป.ป.ช.ภาค 5 ดังกล่าว

นายประพันธ์ จันทร์ต๊ะ อดีต ผู้ใหญ่บ้าน บ้านอุโบสถ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงหมู่บ้านจัดสรร บอกว่า ก่อนจะเป็นทะเลสาบในหมู่บ้านจัดสรรเอกชน บริเวณรอบๆเจดีย์กุด มีลำห้วยสาธารณะ มีลำห้วยแม่เหียะ จะไหลลงฝายเสือแผ้ว เป็นจุดรวมเก็บกักน้ำไว้ แล้วไหลลงลำเหมืองไม่มีชื่อหนึ่งสาย อีกสายหนึ่งลงลำเหมืองปู่โฮ สองสายนี้จะลงสู่หมู่บ้านต่างๆใน ต.แม่เหียะ

ส่วนลำห้วยดอกแซว ที่ไหลลงจากยอดดอย แนวเขาดอยคำ(วัดพระธาตุดอยคำ) น้ำไหลลงมา จะแตกเป็นลำเหมือง 2 สาย สายแรกลงลำเหมืองกลาง (เพราะอยู่ตรงกลาง) อีกสายน้ำไหลลงลำเหมืองร้องช้าง เป็นลำเหมืองที่แบ่งเขต ต.แม่เหียะ กับ ต.สุเทพ สายน้ำจะไหลตรงมาที่เจดีย์กุด(ร้าง) ที่มีปัญหาข้อพิพาทกันในอดีต คือเป็นที่ของ ต.แม่เหียะ หรือ ต.สุเทพอีกด้วยในอดีตจนถึงปัจจุบัน

แต่พอ ปี พ.ศ.2548 นักการเมือง พร้อมพวก 7 คน ได้อนุญาตให้เอกชนขุดดินรอบๆเจดีย์กุด จนทำให้ลำห้วยและลำเหมืองสายน้ำทุกสายไหลลงสู่ทะเลสาบจุดเดียวพื้นที่ทั้งหมดในหมู่บ้านจัดสรร รวมทะเลสาบ รวมพื้นที่มากกว่า 1.000 ไร่ (หนึ่งพันไร่) ชาวบ้าน ต.แม่เหียะ ต.สุเทพ ที่ได้รับผลกระทบจากการไม่มีน้ำกินน้ำใช้และไม่มีน้ำทำการเกษตร จำนวนหลายร้อยหลังคาเรือน

ชาวบ้านที่เดือดร้อนจะอยู่ติดกับพื้นที่ดินชาวบ้าน ที่ถูกกว้านซื้อทำหมู่บ้านจัดสรร ที่เจดีย์กุดอยู่กลางทะเลสาบในตอนนี้ มี หมู่ 1,2,4 และ หมู่ 10 ต.แม่เหียะ ส่วน ต.สุเทพ มีหมู่ 7 กับ หมู่ 13 แบ่งเป็นทะเลสาบ รวมประมาณ 33 ไร่ จาก 1,000 ไร่ ที่เหลือทำเป็นบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียม และบ้านหรูริมทะเลสาบ

เมื่อชาวบ้านไม่มีน้ำใช้ในอดีตถือว่าสำคัญนั้น ชาวบ้านจึงร้องเรียนให้ ป.ป.ช.ภาค 5 ตรวจสอบการอณุญาตขุดดินตัดลำเหมือง จึงเป็นเหตุผลหลักที่ร้องเรียนกรณีปัญหาดังกล่าวว่า อนุญาตขุดดินโดยผิดกฏหมายหรือไม่ จนทาง ป.ป.ช.ภาค 5 ชี้มูลความผิดดังกล่าว และหากไต่สวนให้ถอยคำของทาง ป.ป.ช.เสร็จสิ้นลง คาดว่าจะส่งให้ศาลตัดสินคดีได้ไม่เกินสิ้นปี พ.ศ.2567 นี้.

Related posts