ผู้ขอบรรพชาอุปสมบท ต้องถูกตรวจสอบประวัติอาชญากรจากเลขบัตรประชาชนก่อน

ในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๑/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๒ เลขาธิการมหาเถร-สมาคมเสนอว่า ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๒๕/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๑ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบจัดทำระบบตรวจสอบประวัติผู้ขอบรรพชา หรือบรรพชาอุปสมบท โดย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้หารือร่วมกับ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและ หัวหน้าสำนักงาน ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , รองผู้บังคับการสำนักงานกฎหมายและคดี ในการขอความร่วมมือเพื่อคัดกรองผู้ที่จะเข้ารับการบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา ในส่วนของการตรวจสอบประวัติอาชญากรจากการพิมพ์ลายนิ้วมือและหมายจับจากหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก และการกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการในการดำเนินการกรณีดังกล่าว โดยทั้ง 2 ฝ่าย มีความเห็นว่า การคัดกรองผู้ที่จะเข้ารับการบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา ให้ตรวจสอบหมายจับจากหมายเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก วิธีการในการตรวจสอบโดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีหนังสือกำหนดแนวทางการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอบรรพชาอุปสมบท โดยสั่งการให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว
คณะทำงานจัดทำระบบตรวจสอบประวัติผู้ขอเข้ารับการบรรพชาอุปสมบท ได้จัดทำขั้นตอนการดำเนินการพร้อมทั้งแบบฟอร์มหนังสือนำส่ง ซึ่งมีขั้นตอนดำเนินการดังนี้
๑. เจ้าอาวาสหรือพระอุปัชฌาย์ตรวจคุณสมบัติเบื้องต้นและรวบรวมเอกสารประจำตัวของผู้ขอบรรพชาอุปสมบท และมีหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เพื่อส่งข้อมูลให้กองทะเบียนอาชญากร หรือสำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัด ตรวจประวัติบุคคลจากเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก
๒. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด รับข้อมูล ผู้ขอบรรพชาอุปสมบทจากเจ้าอาวาสหรือพระอุปัชฌาย์ แล้วส่งข้อมูลให้กองทะเบียนอาชญากร หรือสำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัด ตรวจประวัติบุคคลจากเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก
๓. กองทะเบียนอาชญากร หรือสำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัด รับข้อมูลผู้ขอบรรพชาอุปสมบทจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด แล้วตรวจประวัติบุคคลจากเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
๔. กองทะเบียนอาชญากร หรือสำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัด ตรวจประวัติบุคคล เสร็จเรียบร้อยแล้ว แจ้งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทราบ ภายใน ๑๕ วัน
๕. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด รับข้อมูล ผู้ขอบรรพชาอุปสมบทจากกองทะเบียนอาชญากร หรือสำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัด ที่ตรวจสอบประวัติบุคคลแล้วแจ้งข้อมูลให้เจ้าอาวาสหรือพระอุปัชฌาย์ทราบ ภายใน ๗ วัน
เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้ ชายไทยที่ประสงค์จะบรรพชา ต้องเตรียมเรื่องเอกสารขอบวช ล่วงหน้า ประมาณ 1 เดือน

/ทีมข่าว ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครสวรรค์

Related posts