
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ร่วมกับบริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “มิสทิน” จัดโครงการ รักษ์ทะเล WITH ME “มิสทินร่วมใจรักษ์ฟื้นฟูแนวปะการังแหล่งท่องเที่ยวของไทย” กิจกรรมปลูกฟื้นฟูปะการังและดำน้ำเก็บขยะบริเวณแนวปะการัง ณ บริเวณหาดเกเร เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี นอกจากนี้ ยังมีการเก็บขยะบนชายหาด (ฝั่ง Walking Street Pattaya) โดยมีนายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ นายจตุรเทพ โควินทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (ชลบุรี) กล่าวรายงานความเป็นมา ในการนี้ คุณปราการ สท้านโยธิน กรรมการผู้จัดการมิสทิน บริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงกิจกรรมที่มิสทินดำเนินการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทะเลในโครงการรักษ์ทะเล WITH ME และนายวีรพัฒน์ กุดแถลง รองปลัดเมืองพัทยา กล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงาน รวมถึงคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่จากทั้งสองหน่วยงาน ตลอดจนผู้ประกอบการและนักดำน้ำอาสาสมัคร เข้าร่วมกิจกรรมรวม 150 คน ทั้งนี้ รองอธิบดีฯ ทช. และผู้บริหารของมิสทิน ได้ร่วมกันมอบอุปกรณ์ปลูกปะการัง อุปกรณ์เก็บขยะ เสื้อปฏิบัติการใต้น้ำ และมอบผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด MISTINE ให้กับเครือข่ายอาสาสมัครนักดำน้ำและผู้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ณ บริเวณชายหาดพัทยา (ฝั่ง Walking Street Pattaya) อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

นายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า การจัดกิจกรรมโครงการฯ ดังกล่าว ซึ่งทรัพยากรทางทะเล โดยเฉพาะทรัพยากรแนวปะการัง ถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าและเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศ รวมถึงเป็นทรัพยากรสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือนเมืองไทย ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรปะการังจากภัยคุกคามต่าง ๆ เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องตระหนักถึงความสำคัญ ตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ควบคู่การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนโดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน การสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และร่วมมือกันแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม อย่างที่สุดที่ทั้งสองหน่วยงานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล และได้ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา ซึ่งถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอย่างแท้จริง กิจกรรมในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำเพื่อปลูกปะการังและเก็บขยะใต้ทะเล ณ บริเวณหาดเกเร เกาะล้าน ไม่เพียงแต่เป็นการฟื้นฟูธรรมชาติโดยตรงเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึก “รักษ์ทะเล” ให้เกิดขึ้นในใจของผู้เข้าร่วมงานทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและอาสาสมัครนักดำน้ำที่เป็นกำลังสำคัญในวันนี้ นอกจากนี้ ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยังให้ความสำคัญกับการทำงานแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ อาสาสมัคร และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ได้สอดคล้องกับภารกิจเร่งด่วนของกรมฯ ที่จะต้องหาทางฟื้นฟูปะการัง ลดปริมาณขยะในทะเล อย่างที่ทราบกันดีว่าปัญหาแนวปะการังเสื่อมโทรมและขยะทะเลเป็นปัญหาระดับประเทศ โดยมีสาเหตุทั้งจากภัยธรรมชาติ ทำให้เกิดปะการังฟอกขาวอย่างต่อเนื่องทุกปี เกิดความเสียหายต่อปะการังเป็นบริเวณกว้าง รวมถึงสาเหตุหลักจากกิจกรรมการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การทำประมง และการพัฒนาชายฝั่ง ซึ่งนับวันจะมีมากขึ้น สำหรับการปลูกฟื้นฟูปะการังและการเก็บขยะในทะเล จึงเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยแก้ไขและลดปัญหาที่เกิดกับปะการังของบ้านเรา ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ นอกจากจะช่วยลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังในครีมกันแดดแล้ว ทางบริษัทฯ ยังสนับสนุนงบประมาณดำเนินการฟื้นฟูปะการัง และอีกหลาย ๆ โครงการ ทั้งนี้ ขอขอบคุณบริษัทฯ ผู้ประกอบการ นักดำน้ำ และจิตอาสาทุกท่านที่มาร่วมกิจกรรมดี ๆ รวมถึงความสำเร็จของกิจกรรมดังกล่าวจะนำไปสู่การฟื้นฟูปะการังต่อไป ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย และหวังว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ “นายอุกกฤต กล่าวทิ้งท้าย”

คุณปราการ สท้านโยธิน กรรมการผู้จัดการมิสทินบริษัท เบทเตอร์เวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ในนามผู้จัดจำหน่ายเครื่องสำอางมิสทิน เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับ กรม ทช. สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมรณรงค์ เผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนกฎหมายไม่ใช้สารต้องห้ามในครีมกันแดด ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่แนวปะการังของไทย พร้อมทั้งแสดงจุดยืนในการสนับสนุนและปฏิบัติตามกฎ ด้วยการผลิตผลิตภัณฑ์กันแดดทุกชนิดของมิสทินที่ไม่มีสารต้องห้าม ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน และรักษาระบบนิเวศท้องทะเลของไทยให้สวยงามต่อไป สืบเนื่องจากทางมิสทินได้มอบผลิตภัณฑ์กันแดดและสิ่งของเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ สำหรับ “การปลูกฟื้นฟูปะการังและดำน้ำเก็บขยะบริเวณแนวปะการัง” ถือเป็นโอกาสดีที่ได้ลงพื้นที่เพื่อดำเนินกิจกรรมร่วมกัน โดยมีคณะผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมโครงการฯ และมีส่วนในการสนับสนุน พร้อมขอขอบคุณผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านที่ร่วมใจกันและสนับสนุนส่งเสริมเพื่ออนุรักษ์ทะเลไทยของเราต่อไป

นายจตุรเทพ โควินทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (ชลบุรี) กล่าวเสริมว่า เกาะล้าน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของกรมฯ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญที่จะได้รับการบริหารจัดการตามมาตรการที่กำหนด อีกทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามา ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเล ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว กรม ทช. ได้มีการจัดวางฐานลงเกาะของปะการัง เพื่อช่วยในการฟื้นฟูปะการัง นอกจากนั้น ในระยะยาวจะสร้างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดต่อแนวปะการังธรรมชาติ วันนี้จึงเลือกจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นที่นี่ เพื่อฟื้นฟูโดยการเก็บปะการังที่แตกหักและยังมีชีวิตอยู่มาใช้ จัดวางในพื้นที่ที่มีความมั่นคง สามารถเจริญเติบโตและขยายเป็นระบบนิเวศปะการังต่อไป แต่เนื่องจากข้อจำกัดเกี่ยวกับการดำเนินงานของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณและบุคลากร จึงก่อเกิดเป็นความร่วมมือของหน่วยงานภาคเอกชน อย่างวันนี้ คือ “มิสทิน” ซึ่งถือเป็นรูปแบบการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ในนามตัวแทนของกองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ได้ร่วมมือร่วมแรงกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสานต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งต่อไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรม ทช. และนักดำน้ำอาสาสมัครร่วมกันดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเลได้ขยะรวมทั้งสิ้นจำนวน 83 กิโลกรัม แบ่งเป็นขวดแก้ว 70 กิโกกรัม ขวดพลาสติก 3 กิโกกรัม ขยะทั่วไป 10 กิโลกรัม อีกทั้งได้มีการปลูกปะการัง 200 กิ่ง ปลูกปะการังอ่อน 140 ต้น ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แต่ยังสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ เพื่อส่งต่อความสมบูรณ์ของทะเลไทยให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน
