#“อิ่ม ลุย รุก บุก เฝ้าป่า” สบอ. 12(นครสวรรค์) เผยวิถีการดำรงชีพกลางป่า ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ป่า ในการออกลาดตระเวนนอนค้างคืนกลางป่าลึก คราวละ 5-7 คืน

นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผอ. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12(นครสวรรค์) เปิดเผยว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งดูแลป่าอนุรักษ์ในพื้นที่รับผิดชอบหลัก 4 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี กำแพงเพชร และพิจิตร รวมพื้นที่ป่าที่ดูแลประมาณ 3.2 ล้านไร่ ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ล้วนเป็นพื้นที่ป่าที่มีความโดดเด่นทางธรรมชาติ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และความหลากหลายทางชีวภาพของพืช สัตว์ป่า สูง มีคุณค่ายิ่ง สมควรแก่การดูแล ป้องกัน รักษา ให้คงอยู่อย่างถาวรตลอดไป

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ได้
นำระบบการเดินลาดตระเวนสมาร์ทพาโทล” (Smart patrol) หรือ “การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ” ที่ได้รับการพัฒนาเทคนิควิธีทั้ง “บู๊” และ “บุ๋น” เพื่อคุ้มครองป่าไม้ และสัตว์ป่า ตามนโยบายของ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อย่างเคร่งครัด และต่อเนื่องมาหลายปี ถือได้ว่าเป็นสำนักฯ ที่เริ่มต้นและบุกเบิกการลาดตระเวนในลักษณะนี้

ระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ
เจ้าหน้าที่ผู้ออกลาดตระเวน ต้องมีความรู้ ความชำนาญในการดำรงชีพกลางป่า ต้องรู้จักใช้อุปกรณ์เดินป่าที่เหมาะสม กะทัดรัด และทันสมัย
ร่างกายแข็งแรงพร้อมที่จะต้องเดินทางระยะไกล ในการออกลาดตระเวนแต่ละครั้งนาน 5-7 วัน กับเพื่อนร่วมทีม 5-7 นาย

นายโชติอนันฏ์ โชติพฤกษาพงศ์ นักวิชาการป่าไม้
ทีมงานหน้าห้อง ผอ. สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ได้ลองร่วมออกเดินลาดตระเวนเข้าไปนอนกลางป่ากับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เล่าประสบการณ์การเดินลาดตระเวน ให้ฟังว่า ผู้ออกลาดตระเวน จะต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ในป่าได้อย่างปลอดภัย และมีความสุขกับการเดิน ไว้ดังนี้

1.การแต่งกาย : ชุดที่สวมใส่ในการออกปฏิบัติงาน แต่งกายด้วยชุดของหน่วยต้นสังกัด เช่นชุดลายพราง ชุดดำ ชุดแดง เป็นต้น ที่จะแสดงไปถึงความเป็นเอกภาพ (unity) เป็นชุดรัดกุม และสามารถป้องกันแมลงและสัตว์มีพิษได้ พร้อมมีชุดลำลอง ชุดกันฝน และเสื้อกันหนาว ไปด้วย

2.อาหารการกิน : ผู้ออกลาดตระเวนแต่ละคน จะต้องจัดเตรียมข้าวของไปไว้ทานในป่าให้เพียงพอ อาทิ ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ผักกาดดอง 2 กระป๋อง ฯลฯ รวมทั้งต้องเตรียมอาหารสด เช่น หมู ไก่ ปลา โดยทำให้สุกโดยการรวนเค็ม หรือทำเป็นหมูส้ม หรือตากแห้ง 2 แดด ก่อน ส่วนผัก ส่วนใหญ่จะไปหาเก็บผักตามธรรมชาติในป่า เช่น ผักกูด หยวกกล้วยป่า หน่อไม้ เห็ด และต้องไม่ลืมนำอุปกรณ์ในการประกอบอาหาร เช่น เตาแก๊สสนาม หม้อหุงข้าวสนาม ทัพพี มีด ฯลฯ ติดไปด้วย

อาหารยอดฮิตที่นิยมทำกินกันในป่า มีหลายอย่าง เช่น แกงหยวกกล้วยใส่หมูส้มผัดผักกูด แกงส้มผักกูดใส่ปลากระป๋อง แกงเห็ด ผัดหน่อไม้ใส่หมูส้ม เป็นต้น พูดแล้วน้ำลายไหลเลย..

3.น้ำกินน้ำใช้ : น้ำกินน้ำใช้ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจะอาศัยน้ำใน หนอง คลอง ลำห้วย ลำธาร ที่ไหลผ่าน ถ้าช่วงหน้าฝนจะดีหน่อยมีน้ำกินน้ำใช้อย่างพอเพียง สะอาด แต่ถ้าเป็นหน้าแล้ง ก็ต้องอาศัยน้ำจาก หนองน้ำ ปลัก หรือขุดบ่อ ขุดหนองน้ำเล็กๆ เป็นหลุมๆ เพื่อให้น้ำซึมมา แล้วนำมากรองกรอกใส่ขวด ตั้งทิ้งไว้สักพัก แล้วนำมากรอง โดยใช้เครื่องกรองแบบพกพา เครื่องกรองน้ำแบบนี้ ดูเผินๆ เหมือนกับอุปกรณ์การให้น้ำเกลือแก่คนป่วยเลย

4.ที่พักนอนค้างคืน: เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จะเลือกที่พักนอนที่เป็นเนินสูง ไม่ไกลจากแหล่งน้ำ แต่ไม่ติดกับลำห้วยหรือลำธารจนเกินไป สามารถมองเห็นได้รอบทิศทาง มีต้นไม้มั่นคง กางเต้นท์ และผูกเปลนอน และก่อกองไฟกองเล็กๆ ไว้ใกล้ที่พักนอน เพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์ป่าและต้องไม่ลืมยาแก้ไข้ แก้ปวด ยาใส่แผลนำติดไปด้วย เตรียมความพร้อมดี มีชัยสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้วครับ

นายโชติอนันฏ์ โชติพฤกษาพงศ์ นักวิชาการป่าไม้
ทีมงานหน้าห้อง ผอ. สบอ.12(นครสวรรค์) ถ่ายภาพและเรียบเรียง

Related posts