เชียงใหม่ // ต้อนรับวันแม่ พาแม่ชมความสวยงามของ นกฟลามิงโก้ใหญ่ ที่สวนสัตว์เชียงใหม่


สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดส่วนจัดแสดงใหม่นกฟลามิงโก้ใหญ่พร้อมชมความสวยงาม ต้อนรับวันแม่แห่งชาติ ในวันที่ 10 สิงหาคม 2562 นี้เป็นต้นไป


วันที่ 10 สิงหาคม 2562 นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ร่วมกันเปิดพื้นที่ใหม่เป็น ส่วนจัดแสดงนกฟรามิงโก้ใหญ่ และปล่อยลูกนกฟลามิงโก้ใหญ่จำนวน 10 ตัว
สู่อ้อมอกแม่ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของสวนสัตว์เชียงใหม่ในการเพาะขยายพันธ์นกฟลามิงโก้ใหญ่ ซึ่งลูกนกจำนวน 10ตัวนี้ พ่อและแม่นกจับคู่ผสมพันธุ์ ตั้งแต่เดือน เมษายน-พฤษภาคม 62 และได้ฟักตัวออกไข่ใบแรก เริ่มเมื่อ วันที่ 28 มิถุนายน 2562 ถือว่า เป็นรุ่นลูกนกของปี นอกจากนี้ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวที่เข้าเที่ยวชมสวนสัตว์เชียงใหม่ มีส่วนร่วมกับกิจกรรม LIKE & SHARE ถ่ายภาพกับนกฟลามิงโก้ใหญ่หรือคู่แม่ลูกถ่ายภาพแสดงความรัก อัพโหลดลง Facebook แฮชแท็ก สวนสัตว์เชียงใหม่ รับของที่ระลึกจากสวนสัตว์เชียงใหม่ทันที กิจกรรมนี้เริ่มตั้งแต่ วันที่ 10-12 สิงหาคม 2562 นี้เท่านั้น ปัจจุบันสวนสัตว์เชียงใหม่มีนกฟลามิงโก้ใหญ่
รวมทั้งหมด 61 ตัว


นกฟลามิงโก้เป็นนกที่สวยงามมาก คอและขายาว ขนสีชมพู ขนปีกสีดำ ปากสีชมพู ปลายปีกสีดำ โดยเฉพาะในฤดูผสมพันธุ์นี้สีจะสดกว่าปกติ นกตัวเมียมีขนาดเล็กกว่า และสีจางกว่า มีปากคล้ายเหงือก ของปลาวาฬที่กรองเอาพวกแพลงตอนไว้ และระบายเอาน้ำออกได้หมดเวลากินอาหาร มีถิ่นอาศัยแถว ทวีปยุโรปจรดเอเชียบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทวีปแอฟริกา และอินเดียตะวันตกเฉียงเหนือนกฟลามิงโก้กินสิ่งมีชีวิตในน้ำที่ไม่มีกระดูกสันหลังหรือเปลือก และพืชผักในน้ำเป็นอาหาร เช่น ไรน้ำ ลูกกุ้ง แพลงตอน และสาหร่ายบางชนิด (ปัจจุบันทางองค์การสวนสัตว์ ประสบผลสำเร็จในการผลิตอาหารสำเร็จรูปที่มี ความเหมาะสมทางด้านโภชนาการสำหรับนกฟลามิงโก้โดยเฉพาะ ใช้เป็นอาหารให้กับนกฟรามิงโก้) นกชนิดนี้ผสมพันธุ์ในฤดูหนาว วางไข่บนพื้นดินตามชายฝั่งเท่านั้น โดยทำรังคล้ายตอไม้ด้วยดินเหนียวสูงประมาณ 15-18 นิ้ว วางไข่ครั้งละ 1 ฟอง ทั้งตัวผู้และตัวเมียช่วยกันกกไข่ ใช้เวลาในการฟักประมาณ 28-32 วัน ปัจจุบันนี้นกฟลามิงโก้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์


วันแม่ปีนี้พาแม่มาพักผ่อน ชมความน่ารักของนกฟลามิงโก้ ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมรับของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านกันด้วยนะคะ

ขอบคุณ ภาพ/ข่าว ริน ริน สวนสัตว์เชียงใหม่

Related posts